
ลุงตี่ชวนคิด: ดึง 'พลังความน่าเชื่อถือ' มาช่วยสร้างแบรนด์ ไม่ต้องเป็นดารา ก็ทำได้!
ยืมชื่อดารามาขายของ: กลยุทธ์ที่ใหญ่กว่าแค่ความดัง
หลายท่านที่ติดตามบทความของผม คงจะเคยเห็นโฆษณาที่ดาราหรือนักร้องดังมาถือสินค้าแล้วรู้สึกอยากลองซื้อขึ้นมาบ้างใช่ไหมครับ? ทั้งที่บางทีเรายังไม่รู้จักสินค้านั้นดีด้วยซ้ำ นี่แหละครับคือพลังของสิ่งที่นักการตลาดเรียกว่า “Celebrity Branding” หรือการใช้ชื่อเสียงของบุคคลที่มีอิทธิพลมาช่วยสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า
ผมเชื่อว่าหลักการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทุ่มเงินจ้างซูเปอร์สตาร์ แต่มันคือแก่นของการสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความรู้สึกดี” ที่คนมีต่อบุคคลหนึ่ง แล้วส่งต่อมายังสินค้าหรือบริการของเรา ซึ่งไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถนำหลักการนี้ไปปรับใช้ได้ครับ
ทำไมคนดังถึงขายของได้ดีนัก?
ในมุมมองของนักการตลาดและจิตวิทยาผู้บริโภค การตัดสินใจซื้อของของเรามักมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าเหตุผลบริสุทธิ์ครับ เมื่อเราชื่นชอบใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นดารา นักกีฬา หรือแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง เรามักจะมีความรู้สึกเชิงบวกต่อสิ่งที่เขาใช้หรือแนะนำไปโดยปริยาย
- การเรียนรู้แบบเชื่อมโยง (Associative Learning): สมองของเราจะเชื่อมโยงภาพลักษณ์ บุคลิก และคุณสมบัติของบุคคลนั้นเข้ากับสินค้าโดยอัตโนมัติ หากดาราคนนั้นดูน่าเชื่อถือ ดูมีสไตล์ สินค้าที่เขาใช้ก็จะพลอยได้รับอิทธิพลเชิงบวกไปด้วย
- อิทธิพลทางสังคม (Social Influence): คนเรามักจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่คนรอบข้างหรือคนที่เราชื่นชมทำ การที่คนดังใช้สินค้าบางอย่าง ก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าสินค้านั้น “ดี” หรือ “น่าใช้” ทำให้เกิดความอยากตามขึ้นมา
- ความน่าเชื่อถือที่ถูกถ่ายทอด (Transferred Credibility): ในบางกรณี โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการความเชี่ยวชาญ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรืออุปกรณ์กีฬา การที่ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกีฬาชื่อดังมาแนะนำ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้าได้ทันที
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความสอดคล้อง” ครับ การเลือกคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่ใช่แค่ดูว่าใครดังที่สุด แต่ต้องดูว่าภาพลักษณ์ของคนดังคนนั้น “เข้ากัน” กับแก่นแท้ของแบรนด์และสินค้าของเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าเลือกผิด นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังอาจสร้างความสับสนหรือภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับสินค้าได้อีกด้วย
สร้าง 'คนดัง' ในแบบของคุณ โดยไม่ต้องมีงบมหาศาล
แน่นอนครับว่าธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางอย่างเรา คงไม่มีงบประมาณมหาศาลไปจ้างดาราแถวหน้า แต่แก่นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่หลักคิดที่ว่า “ใครคือคนที่ลูกค้าของเราเชื่อถือ?” และ “เราจะสร้างความน่าเชื่อถือในแบบของเราได้อย่างไร?”
นี่คือแนวทางที่ผมอยากแนะนำให้ลองนำไปปรับใช้ดูครับ:
- ลูกค้าคือพรีเซนเตอร์ที่ดีที่สุด: ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือเท่ากับคำบอกเล่าจากผู้ใช้งานจริง การรีวิวจากลูกค้าที่ประทับใจ การบอกต่อแบบปากต่อปาก หรือการนำเรื่องราวความสำเร็จของลูกค้ามานำเสนออย่างจริงใจ สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มากกว่าที่คิดครับ
- ผู้เชี่ยวชาญในวงการ: หากสินค้าหรือบริการของคุณเกี่ยวข้องกับความรู้เฉพาะทาง ลองหาผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น อาจารย์ หมอ หรือนักวิชาการ ที่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือเกี่ยวกับสินค้าของคุณได้ การให้ความรู้ที่จริงใจและเป็นประโยชน์ จะช่วยสร้างความไว้วางใจได้เป็นอย่างดี
- ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ (Micro-Influencers): ในยุคดิจิทัลนี้ เรามีคนที่มีอิทธิพลในกลุ่มย่อย ๆ ที่เรียกว่าไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีผู้ติดตามไม่มาก แต่เป็นกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันอย่างแท้จริง การร่วมงานกับคนเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกว่า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากกว่า
- ตัวคุณเองคือแบรนด์: ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณคือคนที่รู้เรื่องสินค้าและบริการของคุณดีที่สุด ลองออกมาเล่าเรื่องราวเบื้องหลัง ความตั้งใจ ประสบการณ์ หรือความรู้ที่คุณมีให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ความจริงใจและความเชี่ยวชาญของคุณ จะค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่นและทำให้คุณกลายเป็น “คนดัง” ในสายตาลูกค้าของคุณเองได้ครับ
ข้อคิดส่งท้ายจากลุงตี่
การสร้างแบรนด์ด้วยการยืมความน่าเชื่อถือจากผู้อื่น ไม่ได้หมายถึงการหลอกลวงครับ แต่คือการใช้พลังของความเชื่อมั่นและความชื่นชอบที่คนมีต่อบุคคลหนึ่ง มาส่งต่อให้กับสินค้าหรือบริการของเรา
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคนคนนั้นดังแค่ไหน แต่อยู่ที่ “ความเข้ากัน” ระหว่างบุคคลนั้นกับแบรนด์ของเรา และ “ความจริงใจ” ที่ลูกค้าสัมผัสได้
ก่อนที่คุณจะไปมองหาคนดังที่ต้องใช้เงินมหาศาล ลองถามตัวเองก่อนว่า “ในสายตาลูกค้าของเรา ใครคือคนที่พวกเขาเชื่อถือมากที่สุด?” และ “เราจะสร้างความเชื่อมั่นนั้นด้วยตัวเองได้อย่างไร?” บางทีคำตอบอาจจะอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด นั่นก็คือตัวคุณเอง หรือลูกค้าที่รักสินค้าของคุณจริง ๆ นั่นแหละครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ขายบ้านยุคนี้: ทำไม ‘การตลาด’ ถึงเป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้
ลุงตี่ชวนคุยเรื่องการขายบ้านในยุคที่โลกเปลี่ยนไป การตลาดไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บ้านของคุณโดดเด่นและเข้าถึงผู้ซื้อที่ใช่

สร้างระบบการตลาดที่ยั่งยืน: เปลี่ยนจากการวิ่งไล่หา มาเป็นการดึงดูดลูกค้า
หลานๆ ครับ การทำธุรกิจยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยล้าเหมือนเก่าอีกต่อไป ลุงตี่จะมาแนะนำวิธีสร้างระบบการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง และธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ดึงดูดลูกค้าที่ใช่: สร้างเส้นทางสู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน
ลุงตี่จะชวนคุยถึงหัวใจของการทำธุรกิจออนไลน์ นั่นคือการดึงดูดผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ 'ใช่' ให้มาหาเรา สร้างโอกาสเปลี่ยนพวกเขาเป็นลูกค้าประจำได้อย่างไร.