อารมณ์กับการลงทุน: บทเรียนที่ผมอยากแบ่งปัน
🧠 จิตวิทยา

อารมณ์กับการลงทุน: บทเรียนที่ผมอยากแบ่งปัน

แชร์:

อารมณ์กับชีวิตประจำวันและการลงทุน

สวัสดีครับทุกท่าน ในฐานะที่ผมเองก็ผ่านร้อนผ่านหนาวในโลกการเงินมาไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ยังจำได้ดีว่าตลาดผันผวนแค่ไหน ผมสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการตัดสินใจของเรามาตลอด นั่นคือ “อารมณ์”

จริงอยู่ที่เราทุกคนเป็นมนุษย์ ย่อมมีอารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความกลัว ความโลภ หรือความเสียดาย อารมณ์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการตัดสินใจในเรื่องการเงินและการลงทุนของเราอย่างมากด้วย

บางครั้ง เราอาจรู้สึกดีกับหุ้นบางตัวเป็นพิเศษ หรือกลับกัน ก็อาจรู้สึกว่าการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงมากจนอยากหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งบ่อยครั้งความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้มาจากข้อมูลหรือการวิเคราะห์ที่รอบด้านเพียงอย่างเดียว แต่มาจากอารมณ์ภายในของเราเอง

เมื่ออารมณ์เข้ามาบดบังการวิเคราะห์

ผมเห็นนักลงทุนหลายท่าน (และยอมรับว่าตัวเองก็เคยเป็น) มักจะผูกพันกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเป็นพิเศษ อาจเพราะชอบผลิตภัณฑ์หรือบริการของเขา จนทำให้ตัดสินใจซื้อหุ้นโดยไม่ได้พิจารณาพื้นฐานของบริษัทอย่างถี่ถ้วน

ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ คุณอาจจะชื่นชอบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่งมาก เพราะใช้งานง่าย ฟังก์ชันดีเยี่ยม จนเกิดความรู้สึกว่า “ถ้าซื้อหุ้นบริษัทนี้ ต้องได้กำไรแน่นอน” โดยไม่ได้ทำการบ้านเพิ่มเติมเลยว่าราคาหุ้น ณ ตอนนั้นเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่

การชื่นชอบผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรารู้จักบริษัท แต่การตัดสินใจลงทุนต้องไปไกลกว่านั้น การที่เราบอกได้ว่ารถยนต์ยี่ห้อหนึ่งดีกว่าอีกยี่ห้อหนึ่ง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่าย แต่คำถามสำคัญคือ “เราควรจ่ายเท่าไหร่สำหรับของที่ดีนั้น?” นี่คือจุดที่ต้องพักอารมณ์ไว้ชั่วคราว แล้วใช้เหตุผลเข้ามาพิจารณาอย่างรอบคอบ

เราจะจัดการกับอารมณ์ในการลงทุนได้อย่างไร?

การกำจัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจลงทุนให้หมดจดนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะเราเป็นมนุษย์ แต่เราสามารถใช้เครื่องมือและหลักคิดบางอย่างเข้ามาช่วยได้ เพื่อลดผลกระทบจากอารมณ์:

  • ประเมินมูลค่าที่แท้จริง (Fair Value): สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการพยายามคำนวณหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่เราสนใจลงทุน ซึ่งผมได้พูดถึงเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว โดยพื้นฐานแล้ว มูลค่าของบริษัทจะขึ้นอยู่กับกระแสผลกำไรที่บริษัทสามารถสร้างได้ในระยะยาว หากบริษัท A ทำกำไรได้มากกว่าบริษัท B ในระยะยาว ก็ย่อมมีมูลค่าสูงกว่า
  • ทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ: การศึกษาข้อมูลบริษัท งบการเงิน แนวโน้มอุตสาหกรรม และปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เรามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลมากกว่าอารมณ์
  • มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน: การกำหนดเป้าหมายการลงทุน ระยะเวลาที่ต้องการลงทุน และกลยุทธ์การซื้อขายที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เราไม่วอกแวกไปกับข่าวลือหรือความผันผวนของตลาดในระยะสั้น
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากรู้สึกว่าอารมณ์เข้ามามีบทบาทมากเกินไป หรือไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง การปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีใบอนุญาต ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นครับ

สรุป: อย่าปล่อยให้อารมณ์นำทางทั้งหมด

ผมเข้าใจดีครับว่าการละเลยอารมณ์เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่สามารถทำได้สมบูรณ์แบบ แต่การปล่อยให้อารมณ์นำทางในการลงทุนมากเกินไป มักจะนำมาซึ่งความเสียหาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือช่วงฟองสบู่ dot-com ในปี 2000 ที่นักลงทุนจำนวนมากซื้อหุ้นตามกระแสโดยไม่ได้พิจารณาพื้นฐานที่แท้จริง

ดังนั้น สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้คือ อย่าตามฝูงชน และให้ความสำคัญกับการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่คุณสนใจ การมีวินัยและใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ จะช่วยให้คุณไปได้ไกลและประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อความเศร้ากัดกินใจ: ทำความเข้าใจและก้าวผ่านภาวะซึมเศร้า
🧠 จิตวิทยา

เมื่อความเศร้ากัดกินใจ: ทำความเข้าใจและก้าวผ่านภาวะซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้าไม่ใช่เพียงความรู้สึกแย่ชั่วคราว แต่คือการเจ็บป่วยที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้จะชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับภาวะซึมเศร้า และวิธีที่เราจะช่วยเหลือตัวเองหรือคนที่เรารักให้ก้าวผ่านมันไปได้

สังเกตสัญญาณซ่อนเร้น: เมื่อความสัมพันธ์กลายเป็นความเจ็บปวดทางใจ
🧠 จิตวิทยา

สังเกตสัญญาณซ่อนเร้น: เมื่อความสัมพันธ์กลายเป็นความเจ็บปวดทางใจ

ความสัมพันธ์ที่ดีสร้างพลังบวก แต่บางครั้งก็แฝงเร้นความเจ็บปวดทางใจที่มองไม่เห็น บทความนี้จะชวนคุณลุงตี่มาเรียนรู้สัญญาณเตือนที่อาจบ่งบอกถึงการถูกทำร้ายทางอารมณ์ในความสัมพันธ์ เพื่อให้เราและคนใกล้ตัวไม่ตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์

ความกังวลใจ: เข้าใจธรรมชาติ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีสติ
🧠 จิตวิทยา

ความกังวลใจ: เข้าใจธรรมชาติ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีสติ

ความกังวลไม่ใช่ศัตรูที่เราต้องกำจัด แต่มันเป็นสัญญาณที่บอกให้เราเรียนรู้และจัดการกับความไม่แน่นอนในชีวิต ลุงตี่จะชวนมาทำความเข้าใจธรรมชาติของมัน และหาวิธีอยู่ร่วมกับความกังวลอย่างมีสติ เพื่อชีวิตที่สงบสุขขึ้นครับ