
กับดัก 'ฉันควรได้': ทัศนคติที่ขวางทางความก้าวหน้าในชีวิต
'ฉันควรได้' คืออะไร? กับดักความคิดที่มองข้ามไม่ได้
วันนี้ลุงตี่อยากชวนมาคุยเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นความก้าวหน้าของคนจำนวนมากตลอดชีวิตที่ผ่านมา นั่นคือ 'ความคิดแบบฉันควรได้' หรือ Entitlement Mindset นั่นแหละครับ
ความคิดแบบนี้คืออะไรกันแน่? พูดง่ายๆ ก็คือการที่เราเชื่อว่าเราสมควรได้รับสิ่งต่างๆ โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ การยอมรับ โอกาสดีๆ หรือแม้กระทั่งข้อมูลความรู้ที่มีคุณค่า โดยที่เราไม่จำเป็นต้องลงทุนลงแรง แลกเปลี่ยน หรือพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสิ่งนั้นๆ
ลองนึกภาพดูนะครับ บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองควรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เพราะทำงานมานานแล้ว ทั้งที่ผลงานไม่ได้โดดเด่นกว่าใคร หรือคาดหวังว่าจะมีสุขภาพที่ดีโดยไม่ต้องออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารเลยสักนิด ความคิดเหล่านี้แหละครับคือตัวอย่างของ 'ฉันควรได้' ที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
ผมเข้าใจดีว่า บางครั้งเราก็รู้สึกเหนื่อยล้า อยากได้อะไรง่ายๆ บ้าง แต่การคาดหวังว่าทุกอย่างจะมาถึงมือเราโดยไม่ต้องพยายามนี่แหละครับที่อันตราย เพราะมันจะทำให้เราละเลยการลงมือทำและบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นในการไขว่คว้าสิ่งที่เราปรารถนาจริงๆ
ผลกระทบของความคิด 'ฉันควรได้' ที่ฉุดรั้งชีวิต
ความคิดแบบ 'ฉันควรได้' ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่มันสามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความก้าวหน้าในชีวิตของเราได้หลายด้าน โดยเฉพาะในสองมิติหลักที่ผมอยากเน้นย้ำ:
ปิดกั้นการลงมือทำและความพยายาม: หากเรามีความคิดว่า 'ฉันควรได้' เรามักจะคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีเลิศโดยไม่ต้องพยายามมากนัก เราอาจชื่นชมความสำเร็จของคนอื่น แต่กลับไม่เต็มใจที่จะทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจอย่างที่คนเหล่านั้นทำกว่าจะถึงจุดนั้นได้
ยกตัวอย่างเช่น คนที่อยากมีอิสรภาพทางการเงิน แต่ไม่ยอมศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างจริงจัง ไม่ยอมจัดสรรเงินออม หรือไม่กล้าเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ เพราะคิดว่าตัวเองควรจะรวยได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลำบากมากนัก ท้ายที่สุด ความฝันก็มักจะยังคงเป็นแค่ความฝัน เพราะขาดการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ
ลดทอนคุณค่าของการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง: ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายคนมักจะลงทุนกับการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ เข้าอบรมสัมมนา หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แต่ผู้ที่มีความคิดแบบ 'ฉันควรได้' มักจะไม่อยากจ่ายเงินหรือเวลาเพื่อสิ่งเหล่านี้ พวกเขาจะพยายามหาข้อมูลฟรีๆ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ล้าสมัย หรือไม่ครบถ้วน ทำให้เสียเวลาไปกับการค้นหา และอาจได้ข้อมูลที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจฉุดรั้งความก้าวหน้าของตัวเอง
ลองคิดดูนะครับ ถ้าเราป่วยหนัก เราจะเลือกหมอที่เรียนรู้ทุกอย่างจากข้อมูลฟรีบนอินเทอร์เน็ต หรือเลือกหมอที่ผ่านการเรียนรู้จากสถาบันที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ตรง? แน่นอนว่าทุกคนคงเลือกอย่างหลัง เพราะนั่นคือเรื่องคอขาดบาดตาย ชีวิตของเราก็เช่นกันครับ การพัฒนาตนเอง การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และมาจากผู้เชี่ยวชาญ ย่อมมีคุณค่าและช่วยให้เราก้าวหน้าได้เร็วกว่าข้อมูลที่หามาได้ฟรีๆ ซึ่งเราไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้
ก้าวข้ามกับดักนี้: สร้างคุณค่าให้ตัวเอง
การตระหนักรู้ว่าเรากำลังติดกับดักความคิดแบบ 'ฉันควรได้' คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดครับ ลองถามตัวเองดูว่า เรากำลังคาดหวังอะไรโดยที่ยังไม่ได้ลงมือทำ หรือยังไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรไปบ้าง? การเปลี่ยนความคิดนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนและปรับทัศนคติ
เปลี่ยนมุมมองเรื่อง 'การลงทุน': มองว่าการลงทุนในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเวลา เงิน หรือแรงกายแรงใจ คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ไม่ใช่ภาระ ลองคิดถึงการเก็บเงินเพื่อซื้อ RMF/SSF หรือการจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว การเรียนรู้ก็เช่นกันครับ
ให้คุณค่ากับความพยายาม: เข้าใจว่าความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ แต่มาจากความพยายาม ความสม่ำเสมอ และความอดทน ลองศึกษาชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในสาขาต่างๆ จะเห็นว่าทุกคนล้วนต้องผ่านความยากลำบากและล้มเหลวมาก่อนทั้งสิ้น
เปิดใจเรียนรู้และสร้าง: ยอมรับว่ามีสิ่งที่เรายังไม่รู้ และพร้อมที่จะเรียนรู้จากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ และที่สำคัญคือ การลงมือสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นก่อน เมื่อเราให้ เราก็จะได้รับกลับมาในที่สุด
บทสรุป: ความสำเร็จคือผลลัพธ์ของความพยายาม
หลานๆ ครับ ชีวิตไม่ได้มีปุ่มลัดให้กดแล้วได้ทุกอย่างตามต้องการ ความสำเร็จที่ยั่งยืนมักมาจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ไม่หยุดยั้ง และการสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและผู้อื่น การก้าวข้ามความคิดแบบ 'ฉันควรได้' ไม่ได้หมายความว่าเราต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนทัศนคติให้เราพร้อมที่จะเป็นผู้สร้าง เป็นผู้กระทำ ไม่ใช่แค่ผู้รอรับ ผมเชื่อว่าเมื่อเราเปลี่ยนความคิดนี้ได้ ประตูแห่งโอกาสและความสำเร็จมากมายจะเปิดออกรอต้อนรับพวกเราทุกคนอย่างแน่นอนครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดการความกังวล: เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มมองตัวเองใหม่?
ความกังวลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่การตอบสนองต่อมันคือสิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ลุงตี่ชวนมองตัวเองว่าเราจัดการกับความกังวลได้ดีแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่เราควรเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง.

ก้าวข้ามความกลัว 'การเปลี่ยนแปลง' ในวัยหลังเกษียณ: บทเรียนจากชีวิตจริง
การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยหลังเกษียณ บทความนี้จะชวนคุณมาทำความเข้าใจความกลัวนั้น และเรียนรู้ที่จะโอบรับมันเพื่อชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า.

เงาในโลกออนไลน์: สิ่งที่คุณโพสต์วันนี้ อาจส่งผลถึงวันหน้า
โลกออนไลน์เป็นพื้นที่สนุกสนาน แต่ทุกการกระทำของเราทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ลุงตี่ชวนคิดถึงผลกระทบระยะยาวของการโพสต์วิดีโอส่วนตัว ที่อาจส่งผลต่อชีวิตในอนาคตมากกว่าที่คิด