
ทำไมการพัฒนาผู้นำถึงสะดุด? บทเรียนจากการเดินทางที่ต้องไปต่อ
การลงทุนพัฒนาผู้นำที่ยังไปไม่ถึงฝัน
ในฐานะที่ผมเคยผ่านงานบริหารการเงินมานานหลายสิบปี ตั้งแต่สมัยวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ผมเห็นมาเยอะครับว่าองค์กรต่างๆ ทุ่มเททั้งเวลาและเงินทองจำนวนมหาศาลไปกับการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะตำแหน่งผู้นำ เพราะเชื่อมั่นว่าผู้นำคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตและปรับตัวได้ทันโลก แต่ก็น่าเสียดายที่บ่อยครั้งการลงทุนเหล่านี้กลับไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเท่าที่ควรจะเป็น
หลายครั้งองค์กรทุ่มเงินจ้างวิทยากรเก่งๆ จัดเวิร์คช็อปดีๆ ในสถานที่สวยงาม แต่พอจบหลักสูตรไปไม่นาน ผู้นำที่เข้าอบรมก็กลับไปใช้ชีวิตและทำงานในแบบเดิมๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คำถามคือ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? วันนี้ผมอยากชวนทุกท่านมาขบคิดเรื่องนี้กันครับ เพื่อที่เราจะได้นำบทเรียนไปปรับใช้กับการพัฒนาตัวเองหรือทีมงานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จาก “เหตุการณ์” สู่ “กระบวนการ”: หัวใจที่ถูกมองข้าม
ปัญหาที่ผมสังเกตเห็นบ่อยครั้งคือ การพัฒนาผู้นำมักถูกมองว่าเป็นเพียง “เหตุการณ์” (Event) หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น การอบรม 2-3 วัน การเข้าร่วมสัมมนา หรือการอ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ แต่การเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ซับซ้อนอย่างภาวะผู้นำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน
- การอบรมคือจุดเริ่มต้น: การเข้าเวิร์คช็อปดีๆ อาจทำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆ ได้แรงบันดาลใจ และอาจเห็นภาพว่าเราควรจะปรับปรุงตัวเองอย่างไร แต่การเข้าใจกับความสามารถในการนำไปปฏิบัติจริงนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
- ทักษะต้องใช้เวลา: ลองนึกถึงการเรียนขับรถ หรือการเรียนรู้ทักษะอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้ำๆ เราไม่สามารถเป็นนักขับรถมืออาชีพได้เพียงแค่เข้าเรียนทฤษฎีสองวันจบ การพัฒนาภาวะผู้นำก็เช่นกันครับ มันคือ “กระบวนการ” (Process) ที่ต้องอาศัยการนำความรู้ไปลองผิดลองถูก ปรับปรุง และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์จริง
- บริบทแวดล้อมมีผล: แม้ผู้เข้าอบรมจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจขนาดไหน แต่หากกลับไปสู่สภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ภาระงานที่หนักอึ้ง หรือวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง ความตั้งใจนั้นก็อาจจะค่อยๆ เลือนหายไปได้โดยง่าย
ดังนั้น หากเรายังคงมองว่าการพัฒนาผู้นำเป็นการจัด ‘เหตุการณ์’ ผลตอบแทนจากการลงทุนเหล่านั้นก็จะไม่สูงอย่างที่ควรจะเป็น เพราะขาดการเชื่อมโยงและสนับสนุนให้เกิดการนำไปใช้จริงในระยะยาว
ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาผู้นำที่ยั่งยืน
แล้วเราจะทำอย่างไรให้การพัฒนาผู้นำมีประสิทธิภาพมากขึ้น? ผมมีข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปพิจารณาและปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคลหรือระดับองค์กร
1. วางแผนให้เป็น “กระบวนการ” ไม่ใช่ “เหตุการณ์”
- ก่อนอบรม: เตรียมผู้เรียนให้พร้อม ทั้งในแง่ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและลดภาระงานลงชั่วคราว เพื่อให้ผู้เรียนมีสมาธิและเวลาในการซึมซับความรู้ได้อย่างเต็มที่
- ระหว่างอบรม: เน้นการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ โดยอาจให้ผู้เรียนระบุความท้าทายที่ต้องการแก้ไข และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
- หลังอบรม: นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด ต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เช่น การโค้ชชิ่งรายบุคคลหรือกลุ่ม การจัดให้มีพี่เลี้ยง (Mentor) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน (Peer Learning) หรือการกำหนดเวลาให้ผู้เรียนได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปทดลองใช้จริง และนำผลมาทบทวนร่วมกัน
2. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง
- การสนับสนุนจากผู้บริหาร: ผู้นำระดับสูงต้องแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาผู้นำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การส่งพนักงานไปอบรม แต่ต้องเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงด้วย
- วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง: ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาด การให้และรับคำติชมอย่างสร้างสรรค์ และการเปิดโอกาสให้ผู้นำได้ทดลองใช้ทักษะใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลว
- ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น: หากผู้นำต้องแบกรับภาระงานที่มากเกินไป พวกเขาก็จะไม่มีเวลาและพลังงานเหลือพอที่จะนำความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้ การบริหารจัดการภาระงานอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ
3. เน้นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายและบริบทจริง
- เป้าหมายที่ชัดเจน: การพัฒนาผู้นำควรเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจหรือความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญอยู่ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
- กรณีศึกษาและตัวอย่างในประเทศ: การใช้กรณีศึกษาหรือตัวอย่างที่คุ้นเคยในบริบทของประเทศไทย จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและเห็นภาพการนำไปใช้ได้ง่ายกว่าการอ้างอิงจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
- การประเมินผลอย่างเป็นระบบ: ไม่ใช่แค่การประเมินความพึงพอใจหลังการอบรม แต่ควรมีการประเมินผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานจริง และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะยาวด้วย
บทสรุป: การพัฒนาผู้นำคือการเดินทางที่ต้องไปต่อ
การพัฒนาภาวะผู้นำคือการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดครับ มันไม่ใช่แค่การเข้าอบรมหนึ่งครั้งแล้วจบไป แต่เป็นการลงทุนในตัวบุคคลที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการสนับสนุนที่ต่อเนื่องจากทั้งตัวผู้นำเองและองค์กร
หากเราสามารถปรับมุมมองจากการจัด ‘เหตุการณ์’ ไปสู่การสร้าง ‘กระบวนการ’ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการนำไปใช้จริงได้ ผมเชื่อว่าการลงทุนในการพัฒนาผู้นำก็จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนอย่างแน่นอนครับ ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันนะครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ล้มแล้วลุก: สร้างแรงใจ ก้าวผ่านทุกอุปสรรคในชีวิตและงาน
ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราวิ่งได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ดีแค่ไหน บทความนี้จะชวนคุณมาสำรวจพลังแห่งการล้มแล้วลุก และสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

เตรียมพร้อมรับมือชีวิต: เข็มทิศนำทางสู่วัย 40+ อย่างมั่นคง
ชีวิตในวัย 40+ เปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ต้องเตรียมพร้อมรอบด้าน ลุงตี่จะชวนมาทบทวนการวางแผนชีวิตให้แข็งแกร่งและพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง
ลุงตี่จะชวนคุยถึงความสำเร็จที่หลายคนเข้าใจผิด และทำไมสันติสุขในใจต่างหากคือแก่นแท้ของความสุขที่ยั่งยืน พร้อมวิธีสร้างมันขึ้นมาในชีวิต.