
กรมธรรม์ประกันชีวิต: เมื่อถึงคราวต้องตัดสินใจขาย... ทางเลือกที่ต้องรู้ทันและระวังให้มาก
ทำความเข้าใจเรื่อง 'การขายกรมธรรม์ประกันชีวิต'
สวัสดีครับพี่ๆ น้องๆ วัย 40+ ทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพิจารณาทางเลือกทางการเงินเพื่อรองรับชีวิตในช่วงบั้นปลาย หรือเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ลุงตี่เชื่อว่าหลายท่านคงมีกรมธรรม์ประกันชีวิตติดตัวกันบ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ แต่เคยสงสัยไหมว่ากรมธรรม์ที่เราถืออยู่นั้น นอกจากจะให้ความคุ้มครองแล้ว ยังสามารถ 'ขาย' ได้ด้วยหรือ?
คำตอบคือ 'ได้ครับ' การขายสิทธิ์ในกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เราถือครองอยู่ให้กับบุคคลที่สาม หรือที่ในต่างประเทศเรียกว่า “Life Settlement” หรือ “Viatical Settlement” นั้น เป็นธุรกรรมที่มีอยู่จริงในหลายประเทศ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้เอาประกันภัยอาจพิจารณาเมื่อมีความจำเป็น
- การขายกรมธรรม์ทั่วไป (Life Settlement): คือการที่เจ้าของกรมธรรม์ตัดสินใจขายสิทธิ์ในกรมธรรม์ของตนให้กับบริษัทหรือนักลงทุนรายอื่น โดยผู้ซื้อจะกลายเป็นเจ้าของกรมธรรม์และผู้รับผลประโยชน์คนใหม่ มีหน้าที่จ่ายเบี้ยประกันต่อ และจะได้รับเงินสินไหมทดแทนเมื่อผู้เอาประกันภัย (เจ้าของเดิม) เสียชีวิต ข้อดีคือผู้ขายจะได้รับเงินสดจำนวนหนึ่งทันที ซึ่งมักจะสูงกว่ามูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ (Cash Surrender Value) ที่ได้จากการยกเลิกกรมธรรม์
- การขายกรมธรรม์ของผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Viatical Settlement): คล้ายกับการขายกรมธรรม์ทั่วไป แต่จะแตกต่างกันตรงที่ผู้เอาประกันภัยเดิมนั้นเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน การขายแบบนี้มักจะช่วยให้ผู้ป่วยมีเงินสดไปใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือดูแลตัวเองในช่วงบั้นปลายชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
ในประเทศไทยเอง แม้จะยังไม่มีตลาดรองรับการซื้อขายกรมธรรม์ลักษณะนี้อย่างเป็นทางการและแพร่หลายเหมือนในบางประเทศ แต่หลักการพื้นฐานก็คือการโอนสิทธิ์และผลประโยชน์ในกรมธรรม์ ซึ่งสามารถทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายและข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย โดยปกติแล้ว หากต้องการดำเนินการใดๆ กับกรมธรรม์ของท่าน ควรปรึกษาบริษัทประกันโดยตรงเป็นอันดับแรก
ทำไมต้องพิจารณาการขายกรมธรรม์ และควรระวังอะไรบ้าง
เหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่มักพิจารณาการขายกรมธรรม์ประกันชีวิต มักเกี่ยวข้องกับความจำเป็นทางการเงินที่เร่งด่วน หรือการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ชีวิต
- ความจำเป็นทางการเงิน: บางครั้งชีวิตก็มีเรื่องไม่คาดฝันเข้ามา เช่น การเจ็บป่วยที่ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลสูง หรือภาระหนี้สินที่ถาโถมเข้ามา การขายกรมธรรม์ที่มีมูลค่าสูง อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการนำเงินสดมาใช้เพื่อบรรเทาภาระ หรือใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
- ไม่ต้องการความคุ้มครองอีกต่อไป: เมื่อเวลาผ่านไป สถานการณ์ชีวิตเราก็เปลี่ยนไป บางท่านอาจจะรู้สึกว่าความคุ้มครองที่เคยมีไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เช่น ลูกเติบโตและพึ่งพาตัวเองได้ หรือมีเงินเก็บเพียงพอสำหรับวัยเกษียณ การขายกรมธรรม์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแทนการยกเลิกกรมธรรม์ที่อาจจะได้รับเงินคืนน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม ลุงตี่อยากให้ทุกท่านพึงระลึกไว้เสมอว่า การตัดสินใจขายกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และต้องระวังข้อควรพิจารณาและข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น
- การสูญเสียความคุ้มครอง: เมื่อขายกรมธรรม์ไปแล้ว ท่านและครอบครัวจะสูญเสียความคุ้มครองตามกรมธรรม์นั้นไปโดยสิ้นเชิง
- เงินที่ได้รับอาจไม่มากอย่างที่คิด: แม้ว่าจะได้รับเงินมากกว่ามูลค่าเวนคืน แต่ก็อาจไม่เท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยเต็มจำนวน
- ความซับซ้อนของธุรกรรม: การโอนสิทธิ์ในกรมธรรม์อาจมีขั้นตอนและเอกสารที่ซับซ้อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและบริษัทประกันภัยโดยตรง
- ความเสี่ยงด้านภาษี: การได้รับเงินจากการขายกรมธรรม์อาจมีภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
ทางเลือกอื่นๆ ที่อาจเหมาะสมกว่าการขายกรมธรรม์
ก่อนจะตัดสินใจขายกรมธรรม์ประกันชีวิต ลุงตี่อยากให้ทุกท่านพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ที่อาจจะเหมาะสมกว่าและปลอดภัยกว่าครับ
- การใช้สิทธิ์รับเงินค่าสินไหมทดแทนล่วงหน้า (Accelerated Death Benefit): กรมธรรม์ประกันชีวิตหลายฉบับในประเทศไทยมีเงื่อนไขนี้อยู่ โดยผู้เอาประกันภัยสามารถขอรับเงินค่าสินไหมทดแทนบางส่วนล่วงหน้าได้ หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง หรือมีภาวะเจ็บป่วยที่เข้าข่ายเงื่อนไขของกรมธรรม์ ซึ่งจะช่วยให้มีเงินสดมาใช้จ่ายในยามจำเป็นโดยไม่ต้องเสียสิทธิ์ในกรมธรรม์ทั้งหมด
- การใช้มูลค่าเงินสดของกรมธรรม์เป็นหลักประกัน (Policy Loan): หากกรมธรรม์ของท่านเป็นแบบที่มีมูลค่าเงินสดสะสมอยู่ ท่านสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากบริษัทประกันภัยได้ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเข้าถึงเงินสดโดยที่ยังคงรักษากรมธรรม์ไว้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระ
- การลดความคุ้มครองหรือเปลี่ยนแบบกรมธรรม์: หากเบี้ยประกันภัยเป็นภาระที่หนักเกินไป ท่านอาจพิจารณาลดจำนวนเงินเอาประกันภัยลง หรือเปลี่ยนแบบกรมธรรม์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยลดภาระเบี้ยประกันในขณะที่ยังคงมีความคุ้มครองอยู่
- การเวนคืนกรมธรรม์ (Cash Surrender): หากไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว การเวนคืนกรมธรรม์คือการยกเลิกกรมธรรม์และรับเงินสดคืนตามมูลค่าเวนคืนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งมักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรพิจารณา เพราะจะได้รับเงินน้อยกว่าการถือกรมธรรม์จนครบสัญญาหรือเสียชีวิต
ข้อควรระวัง: กลโกงและมิจฉาชีพ
แม้ว่าการโอนสิทธิ์ในกรมธรรม์จะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ก็มีผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสนี้ในการหลอกลวงครับ ลุงตี่ในฐานะคนที่เคยผ่านโลกการเงินมาเยอะ อยากจะเตือนให้ระวังเป็นพิเศษหากมีคนมาชักชวนให้ท่าน:
- ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต แล้วรีบขายต่อทันที: นี่คือสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนที่สุดครับ หากมีคนพยายามโน้มน้าวให้ท่านซื้อกรมธรรม์ใหม่ โดยมีจุดประสงค์หลักคือการขายต่อให้กับบุคคลที่สามในทันที โปรดพึงระลึกไว้ว่าท่านอาจกำลังตกเป็นเป้าหมายของกลโกงประกันภัย
- เสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง: ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ และได้ผลตอบแทนสูงลิ่วโดยไม่มีความเสี่ยงครับ หากมีใครมาเสนอผลตอบแทนจากการขายกรมธรรม์ที่ฟังดูดีเกินจริง ให้สงสัยไว้ก่อนเลย
ถ้าท่านเจอสถานการณ์แบบนี้ หรือรู้สึกไม่สบายใจกับข้อเสนอใดๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิต ลุงตี่แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย หรือหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยในประเทศไทยทันที เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อตรวจสอบข้อมูลและขอคำแนะนำที่ถูกต้องครับ อย่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพนะครับ
บทสรุปจากใจลุงตี่
การบริหารจัดการกรมธรรม์ประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการถือครอง การปรับเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งการพิจารณาขาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินที่สำคัญในชีวิตครับ ทางเลือกต่างๆ ที่ลุงตี่เล่าให้ฟังวันนี้ มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง การตัดสินใจที่ดีที่สุดคือการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทำความเข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์ของท่าน และที่สำคัญที่สุดคือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่น่าเชื่อถือ หรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยโดยตรงครับ พวกเขาจะช่วยให้ท่านเห็นภาพรวมและเลือกทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ชีวิตของท่านมากที่สุด
จำไว้นะครับ การมีข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของเราทุกคน ขอให้ทุกท่านวางแผนการเงินและชีวิตได้อย่างราบรื่นนะครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาข่ายนิรภัยสำหรับบ้าน: ทำไมประกันคุ้มครองสินเชื่อที่อยู่อาศัยถึงสำคัญ และควรเลือกอย่างไร?
บ้านคือความฝันและทรัพย์สินชิ้นใหญ่ การมีตาข่ายนิรภัยทางการเงินอย่างประกันคุ้มครองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่การเลือกให้เหมาะสมกับเรานั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่ารีบร้อนครับ

ลดความเสี่ยงโปรเจกต์: ทำไม 'การสื่อสาร' จึงสำคัญไม่แพ้ 'การเงิน'
ลุงตี่จะชวนคุยถึงเรื่องการสื่อสารในโปรเจกต์ ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไป แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ลดความเสี่ยง ประหยัดงบประมาณ และนำพาความสำเร็จมาให้ได้ไม่ต่างจากการบริหารการเงินที่ดีเลยครับ

เจาะลึก 'สินเชื่อบ้านแลกเงิน': เมื่อบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นทุนสำรองยามจำเป็น
สำหรับพี่ๆ วัย 40+ ที่กำลังมองหาทางออกทางการเงิน 'สินเชื่อบ้านแลกเงิน' เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเปลี่ยนบ้านให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ในยามจำเป็น ด้วยเงื่อนไขที่มักจะดีกว่าสินเชื่อประเภทอื่น.