รีไฟแนนซ์แบบจ่ายแต่ดอกเบี้ย: เงินเหลือในมือมากขึ้น แต่แลกกับอะไร

รีไฟแนนซ์แบบจ่ายแต่ดอกเบี้ย: เงินเหลือในมือมากขึ้น แต่แลกกับอะไร

แชร์:

วันนี้มาคุยเรื่องสินเชื่อรูปแบบหนึ่งที่ฟังดูน่าสนใจมากในช่วงแรก คือการ รีไฟแนนซ์แบบจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย (interest only) เสน่ห์ของมันคือค่างวดต่อเดือนถูกลง เงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้น แต่ของฟรีไม่มีในโลกครับ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังว่าแลกกับอะไร

เงินหมุนคล่องขึ้นในแต่ละเดือน

ข้อดีหลักที่คนชอบคือ ในช่วงแรกเราจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ไม่ต้องจ่ายเงินต้น ค่างวดต่อเดือนจึงต่ำลงมาก ทำให้มีเงินเหลือไปทำอย่างอื่น หรือช่วยให้คนที่กำลังตึงมือ ผ่านช่วงที่ค่าใช้จ่ายบีบคั้น ไปได้ ในบางสถานการณ์ เช่น รายได้สะดุดชั่วคราว การลดค่างวดลงชั่วคราวก็ช่วยประคองไม่ให้ผิดนัดชำระ

ต้นทุนแฝงที่ต้องรู้

แต่นี่คือจุดที่ผมอยากให้ระวังที่สุด สินเชื่อแบบจ่ายแต่ดอกเบี้ยมักมาคู่กับ ดอกเบี้ยลอยตัว คือดอกเบี้ยขึ้นลงตามตลาด ถ้าตลาดขึ้นแรง ค่างวดที่เคยเบาก็อาจหนักขึ้นได้ แม้ส่วนใหญ่จะมีเพดานคุมการปรับ แต่ก็ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องคำนวณไว้ล่วงหน้า

กรณีที่พอเข้าท่าคือสินเชื่อลูกผสมที่ช่วงจ่ายแต่ดอกเบี้ยเป็นดอกเบี้ยคงที่ และเราวางแผนจะขายบ้านก่อนหมดช่วงนั้น เราก็ได้ค่างวดต่ำและความแน่นอนของดอกเบี้ยไปพร้อมกัน โดยยังไม่ต้องแตะเงินต้น

ไม่ได้สร้าง "ส่วนของเจ้าของบ้าน" เพิ่ม

ข้อเสียใหญ่อีกอย่างคือ ช่วงที่จ่ายแต่ดอกเบี้ย เราไม่ได้ลดเงินต้นเลย แปลว่าเราแทบไม่ได้สะสม equity (ส่วนของบ้านที่เป็นของเราจริงๆ) เพิ่มขึ้น สำหรับคนที่หวังจะขายบ้านทำกำไรในอนาคต จุดนี้อาจกินกำไรที่ควรจะได้ไปมาก เพราะยอดหนี้แทบไม่ลดลงเลย

ค่างวดที่เบาลงวันนี้ อาจเป็นเงินต้นที่ยังรออยู่ครบจำนวนในวันพรุ่งนี้ครับ

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

  • อาจเหมาะ — คนที่รายได้ไม่สม่ำเสมอแต่มีก้อนใหญ่เป็นช่วงๆ, คนที่วางแผนขายบ้านในระยะสั้น
  • ควรเลี่ยง — คนที่อยากปลดหนี้ให้เร็ว, คนที่หวังสะสมทรัพย์จากบ้าน, คนที่รับความไม่แน่นอนของดอกเบี้ยไม่ได้

สรุป

สินเชื่อแบบจ่ายแต่ดอกเบี้ยเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งช่วยให้หายใจคล่องขึ้นในระยะสั้น อีกด้านหนึ่งคือเราไม่ได้ลดหนี้จริงและต้องแบกความเสี่ยงดอกเบี้ยลอยตัว มันเป็นเครื่องมือเฉพาะสถานการณ์ ไม่ใช่ทางเลือกที่ควรใช้เพราะแค่ค่างวดถูกกว่า

ข้อคิดส่งท้าย

ก่อนเลือกอะไรเพราะ "จ่ายน้อยลง" ให้ถามต่อว่า "แล้วเงินที่ไม่ได้จ่ายวันนี้ มันหายไปไหน" ถ้าคำตอบคือมันแค่ถูกเลื่อนไปข้างหน้า ก็ต้องมีแผนรองรับให้ชัดครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

รีไฟแนนซ์ให้สั้นลง: จ่ายมากขึ้นต่อเดือน แต่ประหยัดดอกเบี้ยได้มหาศาล
💰 การเงินส่วนตัว

รีไฟแนนซ์ให้สั้นลง: จ่ายมากขึ้นต่อเดือน แต่ประหยัดดอกเบี้ยได้มหาศาล

การย่นระยะผ่อนจาก 30 ปีเหลือ 15 ปี ค่างวดสูงขึ้นก็จริง แต่ช่วยลดดอกเบี้ยรวม สะสมทรัพย์เร็ว และปลดหนี้ไวขึ้น

รีไฟแนนซ์บ้าน อย่าลืมคิดเรื่องภาษี: ดอกเบี้ยน้อยลงไม่ได้แปลว่าดีขึ้นเสมอไป
💰 การเงินส่วนตัว

รีไฟแนนซ์บ้าน อย่าลืมคิดเรื่องภาษี: ดอกเบี้ยน้อยลงไม่ได้แปลว่าดีขึ้นเสมอไป

การรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยต่ำลงอาจกระทบสิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้าน ควรคิดให้ครบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

รีไฟแนนซ์บ้านเพื่อรวมหนี้ ลดดอกเบี้ยจริง หรือแค่ยืดเวลา?
💰 การเงินส่วนตัว

รีไฟแนนซ์บ้านเพื่อรวมหนี้ ลดดอกเบี้ยจริง หรือแค่ยืดเวลา?

รวมหนี้บัตรดอกเบี้ยแพงมาไว้ใต้สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยถูก ฟังดูดี แต่ต้องดูให้ลึกว่าประหยัดจริงไหม

กางแผนรับมือ! เมื่อดอกเบี้ยขาขึ้นกระทบสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยลอยตัว
💰 การเงินส่วนตัว

กางแผนรับมือ! เมื่อดอกเบี้ยขาขึ้นกระทบสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยลอยตัว

ดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะผู้ที่ถือสินเชื่อบ้านแบบดอกเบี้ยลอยตัว ลุงตี่มีแนวทางและข้อคิดดีๆ มาฝาก เพื่อให้พี่ๆ น้องๆ วัย 40+ รับมือได้อย่างมั่นใจ

รีไฟแนนซ์บ้านทุกครั้งที่ดอกเบี้ยลด...ดีจริงหรือ? เมื่อไหร่ที่ควรอยู่เฉยๆ
💰 การเงินส่วนตัว

รีไฟแนนซ์บ้านทุกครั้งที่ดอกเบี้ยลด...ดีจริงหรือ? เมื่อไหร่ที่ควรอยู่เฉยๆ

ดอกเบี้ยลดไม่ได้แปลว่าต้องรีไฟแนนซ์เสมอไป ผมชวนดู 3 จังหวะที่รีไฟแนนซ์แล้วขาดทุน และวิธีคิดให้คุ้มก่อนตัดสินใจ

รีไฟแนนซ์บ้าน: เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณา และต้องมองหาอะไรบ้าง?
💰 การเงินส่วนตัว

รีไฟแนนซ์บ้าน: เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณา และต้องมองหาอะไรบ้าง?

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นโอกาสดีที่จะลดภาระดอกเบี้ยและปรับโครงสร้างหนี้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่คุ้มค่า ลุงตี่จะพามาดูกันว่ามีปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจครับ