ใบสมัครงานยุคใหม่: 7 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสที่ใช่
💼 ธุรกิจ

ใบสมัครงานยุคใหม่: 7 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสที่ใช่

แชร์:

1. เลิก 'หว่านแห' แล้วหันมา 'คัดเลือก' อย่างตั้งใจ

สมัยที่ผมยังทำงานใหม่ๆ การส่งใบสมัครฉบับเดียวไปหลายๆ ที่อาจจะยังพอใช้ได้อยู่บ้าง แต่โลกวันนี้เปลี่ยนไปมากครับ การใช้ใบสมัครแบบสำเร็จรูปที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับตำแหน่งที่คุณสนใจแต่ละตำแหน่งเลย เป็นสิ่งที่ผมอยากให้หลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง

นายจ้างยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่ 'คนทำงาน' แต่กำลังมองหา 'คนที่ใช่' สำหรับตำแหน่งนั้นๆ พวกเขาอยากเห็นคนที่ 'ตั้งใจ' และ 'เข้าใจ' ว่าทำไมถึงอยากทำงานกับองค์กรของเขา การส่งใบสมัครที่ปรับให้เข้ากับแต่ละงาน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นของคุณอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่น่าประทับใจตั้งแต่แรกเห็นครับ ถ้าส่งแบบหว่านแหไป มันอาจจะสื่อถึงความไม่กระตือรือร้น และนั่นไม่ใช่ความประทับใจแรกที่เราอยากจะสร้างเลยใช่ไหมครับ

คำแนะนำจากลุงตี่: ก่อนส่งใบสมัคร ลองศึกษาข้อมูลบริษัทและตำแหน่งงานอย่างละเอียด แล้วปรับแก้ใบสมัครของคุณให้สอดคล้องกับคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ โดยเน้นย้ำทักษะและประสบการณ์ที่ตรงจุดมากที่สุด

2. ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องใส่ให้รก

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังสมัครงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงิน แต่ในใบสมัครกลับมีข้อมูลว่าคุณเคยเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารเมื่อ 20 ปีก่อน หรือรายละเอียดเกี่ยวกับงานอดิเรกส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใส่เลยครับ

สิ่งที่นายจ้างอยากเห็นคือประสบการณ์ ทักษะ และความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่คุณสมัครครับ ใบสมัครงานไม่ใช่พื้นที่สำหรับบันทึกชีวิตส่วนตัว แต่เป็นเครื่องมือการตลาดที่นำเสนอ 'คุณค่า' ที่คุณจะมอบให้กับองค์กรได้ ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะครอบครัว หรือเรื่องราวส่วนตัวอื่นๆ ควรเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวดีกว่าครับ

คำแนะนำจากลุงตี่: พิจารณาว่าข้อมูลแต่ละส่วนที่คุณใส่ไปนั้น 'เพิ่มคุณค่า' หรือ 'เกี่ยวข้องโดยตรง' กับตำแหน่งที่คุณสมัครหรือไม่ หากไม่ ก็ตัดออก เพื่อให้ใบสมัครกระชับและตรงประเด็นมากที่สุด

3. ฟอนต์เรียบง่าย อ่านง่าย คือหัวใจสำคัญ

หลายคนอาจคิดว่าการใช้ฟอนต์สวยๆ หรือแปลกตาจะทำให้ใบสมัครดูโดดเด่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจสร้างปัญหามากกว่าครับ ลุงตี่เห็นมาเยอะแล้วว่าฟอนต์ที่อ่านยาก หรือระบบคอมพิวเตอร์ของนายจ้างไม่รองรับ อาจทำให้ใบสมัครของคุณแสดงผลผิดเพี้ยน ตัวอักษรเละเทะ หรือกลายเป็นสัญลักษณ์แปลกๆ ไปเลย

การอ่านยากเป็นอุปสรรคสำคัญในการสื่อสาร เพราะนายจ้างอาจจะไม่มีเวลามาเพ่งมอง หรือแก้ไขปัญหาฟอนต์ของคุณ ผมแนะนำให้ใช้ฟอนต์มาตรฐานที่อ่านง่ายและเป็นที่รู้จัก เช่น Arial, Verdana, Times New Roman หรือฟอนต์ไทยที่นิยมและอ่านง่ายอย่าง Sarabun หรือ Sukhumvit เพื่อให้มั่นใจว่าใบสมัครของคุณจะถูกอ่านได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าใครจะเป็นคนเปิดดูครับ

คำแนะนำจากลุงตี่: เลือกฟอนต์ที่สะอาดตา ขนาดตัวอักษรพอเหมาะ (ประมาณ 10-12 pt) และใช้สีตัวอักษรที่เป็นมาตรฐาน (เช่น สีดำ) เพื่อความเป็นมืออาชีพ

4. บอกลา 'วัตถุประสงค์การสมัครงาน' แบบเดิมๆ

จำได้ไหมครับสมัยก่อนที่ใบสมัครงานมักจะมีส่วนที่เรียกว่า 'Objective Statement' เช่น 'ต้องการตำแหน่งที่ท้าทายเพื่อใช้ประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์...' ผมบอกได้เลยว่านายจ้างยุคนี้ไม่ค่อยสนใจประโยคแบบนี้แล้วครับ ทุกคนรู้ดีว่าเป้าหมายของคุณคือการได้งานและได้สัมภาษณ์

สิ่งที่นายจ้างอยากรู้คือ 'คุณมีอะไรจะนำเสนอให้กับองค์กรของเขาบ้าง' แทนที่จะเป็น Objective Statement ลองเปลี่ยนมาใช้ 'Professional Summary' หรือ 'Executive Summary' ที่เป็นเหมือนหัวข้อข่าว ตามด้วยย่อหน้าสั้นๆ ที่สรุปทักษะ ประสบการณ์ และความสำเร็จที่สำคัญของคุณ โดยเน้นว่าคุณจะสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างไร วิธีนี้จะน่าสนใจและทรงพลังกว่ามากครับ มันคือการขายตัวเองในย่อหน้าแรก ให้เขารู้สึกอยากอ่านต่อ

คำแนะนำจากลุงตี่: สรุปคุณสมบัติเด่น ประสบการณ์สำคัญ และความสำเร็จที่จับต้องได้ของคุณใน 3-5 บรรทัดแรกของใบสมัคร โดยเชื่อมโยงว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทได้อย่างไร

5. ใบสมัครงาน ไม่ใช่การกรอกประวัติส่วนตัวฉบับเต็ม

หลายคนเข้าใจผิดว่าใบสมัครงาน (Resume/CV) คือเอกสารที่ต้องใส่ข้อมูลทุกอย่างเหมือนการกรอกใบสมัครงานฉบับเต็มของบริษัท ซึ่งไม่ใช่นะครับ

  • เหตุผลที่ออกจากงานเก่า: ไม่จำเป็นต้องระบุในใบสมัครงานครับ หากนายจ้างสนใจ เขาจะสอบถามในระหว่างการสัมภาษณ์เอง
  • ชื่อหัวหน้างานคนก่อน: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่น ไม่ควรใส่ในใบสมัครงานครับ หากต้องการข้อมูลอ้างอิง นายจ้างจะแจ้งให้คุณทราบในภายหลัง และคุณควรขออนุญาตผู้ที่ให้ข้อมูลอ้างอิงก่อนเสมอ
  • อัตราเงินเดือนที่ผ่านมา: ข้อมูลนี้อาจทำให้คุณเสียเปรียบในการต่อรองเงินเดือนได้ ควรเก็บไว้แจ้งเมื่อถึงขั้นตอนการเจรจาครับ

ใบสมัครงานควรเน้นที่ทักษะ ประสบการณ์ และความสำเร็จของคุณที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร เพื่อสร้างความประทับใจแรกและนำไปสู่การสัมภาษณ์ครับ

คำแนะนำจากลุงตี่: เก็บข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่อาจทำให้เสียเปรียบไว้ก่อน เน้นสิ่งที่สร้างความน่าสนใจและเปิดโอกาสให้คุณได้แสดงความสามารถในรอบสัมภาษณ์

6. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและไวยากรณ์อย่างเข้มงวด

ข้อนี้สำคัญมากจนผมต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษครับ ไม่ว่าใบสมัครของคุณจะดูดีแค่ไหน แต่ถ้ามีคำสะกดผิด หรือใช้ไวยากรณ์ผิดพลาดแม้แต่น้อย ก็อาจทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพได้ทันที คุณอาจพลาดโอกาสดีๆ เพียงเพราะความสะเพร่าเล็กๆ น้อยๆ นี้เอง

ความผิดพลาดเหล่านี้สื่อถึงความไม่รอบคอบ และอาจทำให้นายจ้างตั้งคำถามถึงความใส่ใจในรายละเอียดของคุณได้ ผมแนะนำให้คุณอ่านทบทวนอย่างละเอียดหลายๆ ครั้ง และถ้าเป็นไปได้ ให้เพื่อนหรือคนรู้จักที่ไว้ใจได้ช่วยตรวจสอบอีกครั้งก็ดีครับ เพราะบางครั้งเราอาจมองข้ามข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ครับ การใช้โปรแกรมตรวจสอบคำผิดก็ช่วยได้มากเช่นกัน

คำแนะนำจากลุงตี่: ใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 2-3 ครั้ง โดยอ่านจากล่างขึ้นบน หรืออ่านออกเสียง เพื่อช่วยจับข้อผิดพลาดที่อาจมองข้ามไป

7. 'References Available Upon Request' ไม่จำเป็นแล้ว

สมัยก่อนประโยคนี้อาจจะยังเห็นกันอยู่บ้าง แต่ในปัจจุบัน ผมมองว่ามันไม่จำเป็นแล้วครับ นายจ้างส่วนใหญ่จะเข้าใจโดยอัตโนมัติว่า หากคุณกำลังหางาน คุณย่อมต้องมีผู้ที่สามารถให้ข้อมูลอ้างอิงได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว

หากเขาต้องการข้อมูลส่วนนี้จริงๆ เขาก็จะแจ้งให้คุณทราบในภายหลัง การใส่ประโยคนี้เข้าไปจึงเป็นการเพิ่มเนื้อหาที่ไม่จำเป็น และอาจทำให้ใบสมัครดูยาวเกินไปโดยไม่เกิดประโยชน์ครับ

คำแนะนำจากลุงตี่: ตัดประโยคนี้ออกไป เพื่อประหยัดพื้นที่และทำให้ใบสมัครกระชับขึ้น คุณควรเตรียมรายชื่อผู้ให้ข้อมูลอ้างอิงไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

สรุปส่งท้าย: สร้างโอกาสด้วยความใส่ใจและเข้าใจโลกปัจจุบัน

การสร้างใบสมัครงานที่น่าประทับใจไม่ใช่เรื่องยากครับ เพียงแค่เราใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และปรับเปลี่ยนมุมมองให้เข้ากับโลกการทำงานยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ลองนำคำแนะนำของลุงตี่ไปปรับใช้ดูนะครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านจะสามารถสร้างใบสมัครงานที่โดดเด่นและเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในอาชีพได้อย่างแน่นอน ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการหางานที่ใช่และเหมาะสมกับตัวเองนะครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

แฟรนไชส์จากที่บ้าน: ทางเลือกใหม่สำหรับวัยเก๋า ที่ต้องคิดให้รอบคอบ
💼 ธุรกิจ

แฟรนไชส์จากที่บ้าน: ทางเลือกใหม่สำหรับวัยเก๋า ที่ต้องคิดให้รอบคอบ

แฟรนไชส์ที่บริหารจากบ้านกำลังเป็นที่สนใจสำหรับคนวัย 40+ ที่มองหาอิสระและความยืดหยุ่น แต่โอกาสนี้ก็มาพร้อมความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งวินัยส่วนตัว การจัดสรรเงินลงทุน และการเลือกธุรกิจที่ใช่.

บริหารค่าใช้จ่ายเดินทางธุรกิจ: เคล็ดลับจากประสบการณ์ เพื่อความสบายใจของคนทำงาน
💼 ธุรกิจ

บริหารค่าใช้จ่ายเดินทางธุรกิจ: เคล็ดลับจากประสบการณ์ เพื่อความสบายใจของคนทำงาน

การเดินทางเพื่อธุรกิจเป็นเรื่องปกติ แต่การจัดการค่าใช้จ่ายให้ราบรื่น ไม่ใช่ภาระทั้งกับคุณและบริษัท คือสิ่งสำคัญ ลุงตี่มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณทำเรื่องนี้ได้อย่างมืออาชีพครับ

เมื่อความตายกระซิบข้างหู: บทเรียนล้ำค่าสำหรับชีวิตและธุรกิจ
💼 ธุรกิจ

เมื่อความตายกระซิบข้างหู: บทเรียนล้ำค่าสำหรับชีวิตและธุรกิจ

ลุงตี่ชวนคิดถึงความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างความตาย และวิธีที่การตระหนักถึงสิ่งนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตและธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด.