พลิกมุมคิดการจ้างงาน: เมื่อ 'คนเก่งที่ใช่' สำคัญกว่า 'ประสบการณ์ที่ผ่านมา'
🛒 การขาย

พลิกมุมคิดการจ้างงาน: เมื่อ 'คนเก่งที่ใช่' สำคัญกว่า 'ประสบการณ์ที่ผ่านมา'

แชร์:

ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนทิศ: ทำไมเราต้องปรับตัว?

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา วิธีการที่เรามองหาและคัดเลือกคนเข้าทำงานนั้นค่อนข้างเป็นแบบแผน แต่ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ตลาดแรงงานก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เรากำลังเข้าสู่ยุคที่บุคลากรที่มีประสบการณ์สูงจำนวนมากกำลังทยอยเกษียณอายุ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เกิดช่องว่างและขาดแคลนคนทำงานที่มีทักษะเฉพาะทาง ยิ่งไปกว่านั้น ทักษะที่เคยจำเป็นเมื่อวาน อาจไม่ใช่ทักษะที่สำคัญที่สุดในวันพรุ่งนี้ การยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ในการจ้างงานอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้คนเก่งๆ เข้ามาร่วมทีม บริษัทที่เข้าใจสถานการณ์นี้และพร้อมปรับตัว จะมีแต้มต่อในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ได้มากกว่าครับ

จาก 'ประสบการณ์' สู่ 'ศักยภาพ': หัวใจของการจ้างงานยุคใหม่

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการปรับกระบวนการจ้างงานคือ การเปลี่ยนจุดเน้นครับ จากเดิมที่เรามักจะมองหาคนที่มีประสบการณ์ตรงเยอะๆ เป็นหลัก ตอนนี้อาจต้องหันมามองที่ 'ความสามารถ' และ 'ศักยภาพในการเรียนรู้' เป็นสำคัญแทน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นน่ะหรือครับ?

  • ความขาดแคลนบุคลากร: คนที่มีประสบการณ์สูงๆ เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ และค่าตอบแทนก็สูงขึ้นตามไปด้วย การแข่งขันเพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้จึงสูงมาก
  • ทักษะที่เปลี่ยนแปลง: โลกธุรกิจหมุนเร็ว ทักษะใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา คนที่มีประสบการณ์มากในเรื่องหนึ่ง อาจต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลง การมองหาคนที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัวได้เร็ว จึงสำคัญกว่าแค่ประสบการณ์เดิมๆ
  • การลงทุนเพื่ออนาคต: การจ้างคนที่อาจมีประสบการณ์ไม่มาก แต่มีศักยภาพสูง มีทัศนคติที่ดี และพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า บริษัทสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้พวกเขาได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความภักดีและผลงานที่โดดเด่นในอนาคต

การเปลี่ยนแนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าประสบการณ์ไม่สำคัญนะครับ แต่หมายความว่าเราต้องมองหาองค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน และบางครั้งอาจสำคัญกว่าด้วยซ้ำไป

เลิกพฤติกรรมเดิมๆ ในการคัดเลือกคน (ที่อาจไม่แม่นยำนัก)

การเปลี่ยนแนวคิดการจ้างงานแบบนี้ ต้องอาศัยวิธีคิดที่แตกต่างออกไปจากกรอบเดิมๆ ครับ ขั้นแรกเลยคือเราต้องลองทบทวนพฤติกรรมการจ้างงานที่ทำกันมานาน ว่ามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง

  • การลงประกาศรับสมัครงานที่กว้างเกินไป: สมัยก่อนลงประกาศในหนังสือพิมพ์ก็ได้ใบสมัครท่วมท้น แต่ตอนนี้ถึงแม้ลงออนไลน์อาจได้จำนวนมาก แต่หลายครั้งก็ไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ต้องการเลย การเขียนประกาศออนไลน์ที่ชัดเจน ระบุความคาดหวังและวัฒนธรรมองค์กร จะช่วยคัดกรองให้ได้ใบสมัครที่มีคุณภาพมากขึ้น แม้จำนวนอาจน้อยลงก็ตาม
  • การพึ่งพาเรซูเม่มากเกินไป: หลานๆ เชื่อไหมครับว่าเรซูเม่ส่วนใหญ่ มักจะมีการเสริมเติมแต่งอยู่บ้าง เพื่อให้โดดเด่นและน่าสนใจ การใช้เอกสารเหล่านี้เป็นหลักในการคัดเลือก เหมือนกับการสร้างบ้านบนผืนทราย เพราะมันทำให้เราตัดสินใจโดยอิงจากประสบการณ์ที่ระบุ ซึ่งอาจไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร
  • การสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวที่เร็วเกินไป: การสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวยังจำเป็น แต่เรามักจะใช้ผิดช่วงเวลาครับ มีงานวิจัยพบว่าผู้สัมภาษณ์มักจะตัดสินใจเรื่องผู้สมัครภายในไม่กี่นาทีแรกของการสัมภาษณ์ เราทุกคนต่างมีอคติและจุดบอดภายในใจ ไม่มีใครเป็นกลางได้ 100% หรอกครับ การใช้การสัมภาษณ์เป็นด่านแรกสุด อาจทำให้เราพลาดคนดีๆ ไปได้ง่ายๆ

วิธีการจ้างงานที่กล่าวมานี้เป็นที่นิยมในศตวรรษที่แล้ว แต่ด้วยการมาของเทคโนโลยี จำนวนแรงงานที่ลดลง และความต้องการผลิตภาพที่สูงขึ้น ทำให้การจ้างงานคนให้ 'ถูกคน' เป็นหัวใจสำคัญของศตวรรษที่ 21 ครับ

กลยุทธ์การจ้างงานที่น่าเชื่อถือ: 3 ขั้นตอนที่ทำได้จริง

การปรับปรุงกระบวนการจ้างงานทั้งหมดต้องอาศัยการทิ้งวิธีการเก่าๆ ที่ล้าสมัย และเปิดรับกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่เหมาะกับตลาดปัจจุบัน มี 3 ขั้นตอนที่ทุกบริษัทสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพื่อเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่กลยุทธ์การจ้างงานที่น่าเชื่อถือและทำซ้ำได้ครับ

1. การคัดกรองเบื้องต้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนจะถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์แบบเจอหน้ากัน การคัดกรองเบื้องต้นอย่างเป็นระบบเป็นสิ่งสำคัญมากครับ

  • การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Phone Screen): นี่คือศิลปะที่ถูกลืมและมีประสิทธิภาพสูงมาก การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ที่มีโครงสร้างชัดเจน ใช้เวลาเพียง 15-20 นาที ช่วยลดอคติที่อาจเกิดขึ้นในการพบหน้ากัน และยังช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายจ้างงานเข้าใจกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร และบุคลิกภาพของผู้สมัครได้ดีขึ้นมากก่อนจะตัดสินใจนัดเจอ
  • แบบทดสอบทักษะ/ความสามารถ: แทนที่จะเชื่อเรซูเม่ ลองใช้แบบทดสอบที่วัดทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ โดยตรง เช่น แบบทดสอบด้านภาษา การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้แต่สถานการณ์จำลองที่เกี่ยวข้องกับงานจริง สิ่งนี้จะช่วยให้เราเห็น 'ความสามารถที่แท้จริง' ของผู้สมัครได้ชัดเจนกว่า

2. สื่อสาร 'คุณค่า' ที่ผู้สมัครจะได้รับอย่างครบถ้วน

สมัยก่อนประกาศรับสมัครงานอาจเน้นแค่เงินเดือนและตำแหน่ง แต่ปัจจุบันผู้สมัคร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มองหามากกว่านั้นครับ

  • แพ็กเกจผลตอบแทนที่ครอบคลุม: นอกจากเงินเดือนแล้ว ให้สื่อสารเรื่องสวัสดิการต่างๆ เช่น ประกันสุขภาพกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สำหรับบริษัทเอกชน) หรือสวัสดิการอื่นที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เช่น วันหยุดพิเศษ การทำงานแบบยืดหยุ่น
  • โอกาสในการเติบโตและพัฒนา: ชี้ให้เห็นถึงเส้นทางอาชีพ โอกาสในการฝึกอบรม การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือแม้แต่การสนับสนุนการศึกษาต่อ
  • วัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อม: อธิบายให้เห็นภาพว่าองค์กรมีค่านิยมอย่างไร สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นแบบไหน มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม สิ่งเหล่านี้ช่วยดึงดูดคนที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

3. ประเมินความเหมาะสมทางวัฒนธรรมและทักษะเชิงลึก

หลังจากคัดกรองเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการประเมินเชิงลึกเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครคือคนที่ 'ใช่' ทั้งในด้านทักษะและวัฒนธรรม

  • การสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม: แทนที่จะถามว่า “คุณจะทำอย่างไรถ้า…?” ให้ถามว่า “คุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหม และคุณรับมืออย่างไร…?” เพื่อให้เห็นพฤติกรรมจริงในอดีต
  • การทดลองทำงาน (Trial Project): สำหรับบางตำแหน่ง การให้ผู้สมัครได้ลองทำโปรเจกต์เล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานจริง จะช่วยให้เห็นทักษะ การแก้ปัญหา และความเข้ากันกับทีมได้ดีกว่าการสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว
  • การประเมินความเข้ากันทางวัฒนธรรม: อาจใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ หรือให้ผู้สมัครได้พูดคุยกับสมาชิกในทีมที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นว่าพวกเขาสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีแค่ไหน และมีทัศนคติที่สอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรหรือไม่

บทสรุป: สร้างทีมที่แข็งแกร่งด้วยการมองคนให้ลึกซึ้ง

หลานๆ ครับ การจ้างงานไม่ใช่แค่การเติมเต็มตำแหน่งที่ว่าง แต่คือการลงทุนในอนาคตขององค์กร ยิ่งเราเข้าใจตลาดแรงงานยุคใหม่ และปรับเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกคนให้ลึกซึ้งและแม่นยำมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้คนเก่งที่มีศักยภาพเข้ามาสร้างสรรค์และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงครับ ลุงตี่หวังว่าข้อคิดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจของหลานๆ นะครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขายบ้านยุคนี้: ทำไม ‘การตลาด’ ถึงเป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้
🛒 การขาย

ขายบ้านยุคนี้: ทำไม ‘การตลาด’ ถึงเป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

ลุงตี่ชวนคุยเรื่องการขายบ้านในยุคที่โลกเปลี่ยนไป การตลาดไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บ้านของคุณโดดเด่นและเข้าถึงผู้ซื้อที่ใช่

สร้างระบบการตลาดที่ยั่งยืน: เปลี่ยนจากการวิ่งไล่หา มาเป็นการดึงดูดลูกค้า
🛒 การขาย

สร้างระบบการตลาดที่ยั่งยืน: เปลี่ยนจากการวิ่งไล่หา มาเป็นการดึงดูดลูกค้า

หลานๆ ครับ การทำธุรกิจยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยล้าเหมือนเก่าอีกต่อไป ลุงตี่จะมาแนะนำวิธีสร้างระบบการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง และธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ดึงดูดลูกค้าที่ใช่: สร้างเส้นทางสู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน
🛒 การขาย

ดึงดูดลูกค้าที่ใช่: สร้างเส้นทางสู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ลุงตี่จะชวนคุยถึงหัวใจของการทำธุรกิจออนไลน์ นั่นคือการดึงดูดผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ 'ใช่' ให้มาหาเรา สร้างโอกาสเปลี่ยนพวกเขาเป็นลูกค้าประจำได้อย่างไร.