ลับเลื่อยชีวิต: เคล็ดลับการจัดเวลาเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน สไตล์ลุงตี่

ลับเลื่อยชีวิต: เคล็ดลับการจัดเวลาเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน สไตล์ลุงตี่

แชร์:

คุณภาพของเวลา สำคัญกว่าปริมาณงาน

ในวัย 68 ปีอย่างผมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร โดยเฉพาะช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ต้องกัดฟันสู้เต็มที่ ผมได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำงาน นั่นคือ ‘คุณภาพของเวลา’ สำคัญไม่แพ้ ‘ปริมาณงาน’ ที่เราทำ

หลายครั้งที่เรามุ่งมั่นกับการทำงาน หวังจะปั่นงานให้เสร็จเยอะๆ ในแต่ละวัน แต่กลับพบว่ายิ่งทำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหนื่อยล้า ประสิทธิภาพก็ยิ่งลดลง จนบางครั้งงานที่ออกมาก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรใช่ไหมครับ ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นมาแล้วบ่อยครั้ง ผมสังเกตว่าช่วงเวลาที่เราตื่นตัว พักผ่อนเพียงพอ มีสมาธิ และพร้อมที่จะลงมือทำจริงๆ เราจะสามารถสร้างผลงานได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่นๆ หลายเท่าตัวเลยทีเดียว เป้าหมายของผมตอนนี้คือการเพิ่มช่วงเวลาคุณภาพแบบนี้ในแต่ละวันให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน แต่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวด้วยครับ

ลับเลื่อยชีวิต: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

แนวคิดนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเล่าคลาสสิกของชายตัดไม้คนหนึ่งที่เอาแต่ขะมักเขม้นตัดต้นไม้ด้วยเลื่อยที่ทื่อสนิท คนเดินผ่านมาเห็นก็ถามว่า “ทำไมไม่ลับเลื่อยให้คมก่อนล่ะ จะได้ตัดง่ายขึ้นและเร็วขึ้น” ชายตัดไม้กลับตอบว่า “ผมไม่มีเวลาหรอกครับ ผมต้องรีบตัดต้นไม้นี่ให้เสร็จ”

ฟังแล้วคุ้นๆ ไหมครับ? ชีวิตของคนเราก็คล้ายกับชายตัดไม้คนนั้น เรามักใช้เวลาไปกับการ “เลื่อยไม้” หรือการทำงานที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวันมากเกินไป จนหลงลืมหรือไม่มีเวลา “ลับเลื่อย” ซึ่งก็คือการดูแลฟื้นฟูตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ การไม่ลับเลื่อยก็เหมือนกับการพยายามขับรถที่น้ำมันใกล้จะหมด หรือขับไปทั้งๆ ที่เครื่องยนต์มีปัญหา แทนที่จะแวะเติมน้ำมันหรือซ่อมบำรุงก่อน เรากลับเร่งเครื่องหวังจะไปให้ถึงปลายทางให้เร็วที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือความเหนื่อยล้า ประสิทธิภาพที่ลดลง และอาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพกายและใจในระยะยาวได้

การลับเลื่อยชีวิต ไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การดูแลตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกาย ใจ หรือแม้แต่การพัฒนาทักษะใหม่ๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เรามีพลังงานและความสามารถในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน

“วางแผนแบบกลับหัว”: จัดเวลาให้ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก

เมื่อผมตระหนักถึงความสำคัญของการลับเลื่อย ผมจึงเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการจัดตารางเวลาของตัวเอง จากเดิมที่เคยวางแผนว่ามีงานอะไรที่ต้องทำบ้าง แล้วค่อยพยายามหาเวลาพักผ่อนแทรกเข้าไป ผมกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ผมเรียกวิธีนี้ว่า ‘การวางแผนแบบกลับหัว’ ครับ

  • เริ่มต้นด้วยการดูแลตัวเอง: ผมจะค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ช่วย ‘ลับเลื่อย’ ให้กับผม ทำให้ผมรู้สึกสดชื่น มีพลังงาน และพร้อมที่จะลุยต่อ จากนั้นผมจะจัดสรรเวลาสำหรับสิ่งเหล่านั้นลงในตารางประจำวันและประจำสัปดาห์ก่อนเป็นอันดับแรก เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย หรือการใช้เวลาผ่อนคลาย

  • งานที่ต้องทำในเวลาที่เหลือ: หลังจากจัดสรรเวลาเพื่อดูแลตัวเองแล้ว ผมจึงค่อยนำกิจกรรม ‘การเลื่อยไม้’ หรือภารกิจงานที่ต้องทำเข้ามาอยู่ในเวลาที่เหลือ การทำเช่นนี้ช่วยให้ผมมีพลังงานและความสดชื่นในการทำงานมากขึ้น และยังช่วยลดความรู้สึกผิดที่ต้องพักผ่อน เพราะผมถือว่านี่คือส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในการทำงาน

การวางแผนแบบนี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีความรับผิดชอบสูง หรือคนที่รู้สึกผิดถ้าไม่ได้ทำงานตลอดเวลา เพราะมันช่วยให้เรามองว่าการดูแลตัวเองคือส่วนหนึ่งที่สำคัญของการทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องรู้สึกผิดเมื่อได้ทำ

สำหรับผมเอง สิ่งที่ช่วย ‘ลับเลื่อย’ ให้กับชีวิตมีหลากหลายด้าน ดังนี้ครับ:

  • การนอนหลับพักผ่อน: ผมจัดตารางนอนให้ได้ 6-7 ชั่วโมงต่อคืนอย่างสม่ำเสมอ เพราะผมเชื่อว่าการนอนหลับที่เพียงพอคือพื้นฐานของพลังงานและประสิทธิภาพที่ดี

  • การออกกำลังกาย: ผมพยายามออกกำลังกายอย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ วันละประมาณ 45-60 นาที ไม่ว่าจะเป็นการเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือบริหารร่างกายเบาๆ สิ่งนี้ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าและสมองปลอดโปร่ง

  • การผ่อนคลายและจัดระเบียบ: ผมจะให้เวลาตัวเองเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้านประมาณ 15-20 นาทีในตอนเย็น หรือใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อจัดระเบียบข้าวของในบ้านและที่ทำงาน รวมถึงการจัดเวลา 10 นาทีต่อวันสำหรับการจัดระเบียบเล็กๆ น้อยๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้จิตใจสงบและสภาพแวดล้อมน่าอยู่

  • การเชื่อมสัมพันธ์กับคนรอบข้าง: ผมจัดสรรเวลา 2-3 เย็นต่อสัปดาห์ เพื่อพูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือคนในครอบครัว การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหัวเราะร่วมกันช่วยเติมเต็มพลังใจได้ดีมาก

  • การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง: ผมใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการอ่านหนังสือหรือบทความที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องที่ช่วยเปิดโลกทัศน์และกระตุ้นความคิด เพื่อให้สมองได้ทำงานและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

รายการของผมยังคงปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ ครับ เพราะชีวิตคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในแผนการวางแผนแบบ ‘กลับหัว’ นี้ และไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนกินไปกับปริมาณงานประจำวันที่ถาโถมเข้ามา

บทสรุป: ชีวิตที่มีคุณภาพ เริ่มจากการดูแลตัวเอง

การวางแผนแบบ ‘กลับหัว’ นี้ ไม่ใช่แค่การจัดการเวลาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพกายและใจของเราให้พร้อมอยู่เสมอ เหมือนกับการดูแลเลื่อยให้คมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เราสามารถตัดต้นไม้ หรือจัดการกับภารกิจต่างๆ ในชีวิตได้อย่างราบรื่นและมีพลังงานเหลือเฟือในทุกๆ วัน

ผมขอฝากข้อคิดนี้ไว้ให้หลานๆ และเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่านลองนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้ในแต่ละวัน การลงทุนกับสุขภาพกายและใจของตัวเองวันนี้ จะเป็นรากฐานที่มั่นคงให้คุณมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขในวันข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง
🔥 สร้างแรงบันดาลใจ

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง

ลุงตี่จะชวนคุยถึงความสำเร็จที่หลายคนเข้าใจผิด และทำไมสันติสุขในใจต่างหากคือแก่นแท้ของความสุขที่ยั่งยืน พร้อมวิธีสร้างมันขึ้นมาในชีวิต.

สร้างสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน: รากฐานชีวิตที่มั่นคงในทุกยุคสมัย
🔥 สร้างแรงบันดาลใจ

สร้างสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน: รากฐานชีวิตที่มั่นคงในทุกยุคสมัย

ในโลกที่หมุนเร็ว สายสัมพันธ์ที่ดีคือสินทรัพย์ล้ำค่าที่ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตให้มีความสุขและเติบโตอย่างมั่นคง ลุงตี่จะชวนมาสำรวจหลักการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่แท้จริง.

วัย 40+ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
🔥 สร้างแรงบันดาลใจ

วัย 40+ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด

ลุงตี่ชวนพี่น้องวัย 40+ มาสำรวจพลังของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในยุคดิจิทัล ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนรุ่นใหม่ แต่เป็นโอกาสทองสำหรับเราทุกคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณค่า.