
กับดักความสำเร็จ: ทำไมเราถึงต้อง 'ลับคมเลื่อย' อยู่เสมอ แม้ในวันที่ทุกอย่างดูดี
ความสำเร็จที่อาจซ่อนกับดัก
สวัสดีครับพี่น้องชาว loongtiti.com ทุกท่าน วันนี้ผมลุงตี่อยากชวนคุยเรื่องที่หลายคนอาจมองข้ามไปในวันที่ทุกอย่างดูราบรื่น นั่นคือเรื่องของ “ความสำเร็จ” ที่บางครั้งก็เป็นเหมือนดาบสองคม
ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ผมได้เห็นทั้งองค์กรและบุคคลจำนวนไม่น้อยที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่กลับต้องมาสะดุดล้มลงในเวลาต่อมา ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีฝีมือ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เก่ง แต่เป็นเพราะพวกเขาหลงติดอยู่ใน “กับดักของความสำเร็จ” ที่ตัวเองสร้างขึ้นมา
ผมยังจำกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ IBM ได้ดีครับ ในช่วงปี 2536 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งนี้กำลังเผชิญวิกฤตหนัก เกือบจะถึงขั้นล้มละลาย ทั้งที่เคยเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน คุณ Lou Gerstner ซีอีโอคนใหม่ที่เข้ามาพลิกฟื้น IBM ได้เคยกล่าวไว้ว่า “ยิ่งองค์กรประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งพยายามทำซ้ำ ทำตาม หรือจัดระบบสิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และทันใดนั้นพวกเขาก็เริ่มคิดวนอยู่แต่ภายใน พวกเขาคิดว่าจะทำสิ่งที่เราเคยทำในอดีตต่อไปได้อย่างไร โดยไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคือการกล้าเสี่ยง การเปลี่ยนแปลง การปรับตัว และการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ดังนั้นในแง่หนึ่ง ความสำเร็จจึงเป็นบ่อเกิดของความล้มเหลวเสียเอง”
คำพูดนี้สะท้อนความจริงที่เจ็บปวดครับ เมื่อเราเคยทำอะไรสำเร็จ เรามักจะยึดติดกับสูตรสำเร็จนั้น จนลืมไปว่าโลกไม่เคยหยุดนิ่ง สิ่งที่เคยพาเรามาถึงจุดนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่จะพาเราไปต่อในวันหน้า
“ความพึงพอใจ” ที่ปิดกั้นการเรียนรู้
กับดักที่ว่านี้ไม่ได้เกิดกับองค์กรใหญ่ๆ เท่านั้นครับ แต่มันเกิดขึ้นกับชีวิตของเราทุกคนได้ไม่ยาก
หลายครั้งเมื่อเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีตำแหน่งที่มั่นคง มีเงินเดือนที่น่าพอใจ เราก็มักจะรู้สึก “พอใจในสิ่งที่มี” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Complacency ครับ ความรู้สึกนี้ไม่ได้ผิดอะไรในแง่ของการมีความสุขกับชีวิต แต่ถ้ามันมากเกินไปจนกลายเป็นการหยุดนิ่ง มันก็จะกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองของเราไปโดยไม่รู้ตัว
- เราอาจจะคิดว่า “ฉันรู้มากพอแล้ว”
- เราอาจจะบอกตัวเองว่า “ทำแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรหรอก”
- เราอาจจะเลิกติดตามข่าวสารใหม่ๆ ในสายงาน
- เราอาจจะหยุดเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการ
เหมือนกับคนเราที่เคยเดินบนทางเดิมที่คุ้นเคย จนกระทั่งวันหนึ่งทางนั้นถูกปิดกั้นหรือมีทางใหม่ที่ดีกว่าเปิดขึ้นมา แต่เรากลับยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิม เพราะไม่เคยคิดจะมองหาเส้นทางอื่นเลย
ในยุคที่โลกหมุนเร็วอย่างทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงาน หรือเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา การหยุดนิ่งคือการถอยหลังครับ
ตื่นตัวอยู่เสมอ: 'การรับรู้ที่คงที่'
แล้วเราจะทำอย่างไรไม่ให้ติดกับดักนี้? ผมมีหลักคิดหนึ่งที่อยากจะแนะนำ นั่นคือการพัฒนา “การรับรู้ที่คงที่” (Permanent Cognizance) ครับ
แนวคิดนี้หมายถึงการที่เราควรจะพัฒนาความสามารถในการตระหนักรู้ถึงสิ่งรอบตัวของเราอยู่เสมอ คล้ายกับมีประสาทสัมผัสที่หกที่คอยจับสังเกตและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ รอบตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่
ลองนึกภาพง่ายๆ ครับ:
- ในที่ทำงาน: แทนที่จะทำงานตามหน้าที่ไปวันๆ ลองสังเกตดูว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ กำลังพัฒนาทักษะอะไรใหม่ๆ? ลูกค้ามีความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง? เทคโนโลยีอะไรที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมของเรา?
- ในชีวิตประจำวัน: เมื่อพูดคุยกับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคู่ชีวิต ลูกหลาน หรือเพื่อนฝูง ลองสังเกตถึงอารมณ์ความรู้สึก ความต้องการ หรือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันได้ดีขึ้น
- กับสุขภาพและการเงิน: ตระหนักรู้ถึงสัญญาณที่ร่างกายส่งมา หรือติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ การลงทุน เพื่อปรับแผนการเงินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม
การมี “การรับรู้ที่คงที่” จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสและความเสี่ยงที่กำลังจะเข้ามา ทำให้เราสามารถเตรียมพร้อมและปรับตัวได้ทันทท่วงที ก่อนที่ปัญหาจะใหญ่เกินแก้ เหมือนกับคำกล่าวของ Andy Grove อดีตซีอีโอ Intel ที่ว่า “มีแต่พวกหวาดระแวงเท่านั้นที่รอด” ซึ่งไม่ได้หมายถึงความหวาดกลัวอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการตื่นตัว ระมัดระวัง และไม่ประมาทกับความสำเร็จของตัวเอง
ลับคมเลื่อยของคุณอยู่เสมอ
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกท่านมา “ลับคมเลื่อย” ของตัวเองอยู่เสมอครับ
แนวคิดนี้มาจากเรื่องเล่าของ Stephen Covey ที่ว่า มีชายคนหนึ่งพยายามเลื่อยไม้ด้วยเลื่อยทื่อๆ อยู่นานสองนาน เมื่อมีคนแนะนำให้เขาพักเพื่อลับคมเลื่อย เขาตอบว่า “ไม่มีเวลาหรอก ต้องรีบเลื่อยให้เสร็จ” ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างมหันต์
การลับคมเลื่อยในที่นี้ ก็คือการลงทุนในตัวเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ การอ่านหนังสือ การเข้าอบรมสัมมนา หรือแม้แต่การใช้เวลาทบทวนและพัฒนาความคิดของตัวเอง
- ทักษะการทำงาน: หากคุณเป็นพนักงานประจำ ลองมองหาคอร์สออนไลน์ฟรี หรือการอบรมที่บริษัทจัดให้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่จำเป็นต่อสายงาน หรือแม้แต่ทักษะเสริมที่อาจเป็นประโยชน์ในอนาคต เช่น ภาษาต่างประเทศ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ
- ทักษะชีวิต: ลองเรียนรู้เรื่องการวางแผนการเงินส่วนบุคคล (เช่น การลงทุนใน RMF/SSF การทำประกัน) การดูแลสุขภาพกายและใจ หรือแม้แต่ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
- การสร้างเครือข่าย: อย่าหยุดที่จะพบปะผู้คนใหม่ๆ ทั้งในสายงานและต่างสายงาน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจะเปิดโลกทัศน์ให้เราเสมอ
ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ การลับคมเลื่อยอยู่เสมอคือการสร้าง “แต้มต่อ” ให้กับตัวเองครับ เราไม่มีทางรู้เลยว่าวันหนึ่งเราอาจจะต้องใช้ทักษะใหม่ๆ ที่เรียนรู้มาเพื่อคว้าโอกาสใหม่ หรือเพื่อประคับประคองชีวิตให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
จงอย่าปล่อยให้ความพึงพอใจในวันนี้มาบดบังการเติบโตในวันหน้า ลุงตี่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อชีวิตที่มั่นคงและเปี่ยมสุขในทุกช่วงวัยนะครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ล้มแล้วลุก: สร้างแรงใจ ก้าวผ่านทุกอุปสรรคในชีวิตและงาน
ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราวิ่งได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ดีแค่ไหน บทความนี้จะชวนคุณมาสำรวจพลังแห่งการล้มแล้วลุก และสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

เตรียมพร้อมรับมือชีวิต: เข็มทิศนำทางสู่วัย 40+ อย่างมั่นคง
ชีวิตในวัย 40+ เปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ต้องเตรียมพร้อมรอบด้าน ลุงตี่จะชวนมาทบทวนการวางแผนชีวิตให้แข็งแกร่งและพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง
ลุงตี่จะชวนคุยถึงความสำเร็จที่หลายคนเข้าใจผิด และทำไมสันติสุขในใจต่างหากคือแก่นแท้ของความสุขที่ยั่งยืน พร้อมวิธีสร้างมันขึ้นมาในชีวิต.