
เมื่อการขาดทุนติดกันพาใจเราดิ่ง: เข้าใจ 'วงจรจิตวิทยาการเทรด' เพื่อก้าวผ่าน
การขาดทุนติดกัน… เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ในชีวิตการลงทุนของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่ผันผวนสูงอย่างหุ้นหรือสินทรัพย์ดิจิทัล การขาดทุนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ ผมเองในวัย 68 ปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสิบปี ตั้งแต่ยุคต้มยำกุ้งปี 2540 ก็เคยเจอสถานการณ์ที่เรียกว่า “ขาดทุนติดกัน” มานักต่อนัก
ลองนึกภาพตามนะครับ บางทีเราเข้าซื้อ (Long) แล้วตลาดก็ดิ่งลงทันที พอเปลี่ยนใจไปขายชอร์ต (Short) ตลาดกลับพุ่งขึ้นทันตาเห็น นี่ก็ขาดทุนไปสองครั้งติดแล้วใช่ไหมครับ พอเริ่มรู้สึกกังวลก็เลยไม่กล้าเข้าเทรดครั้งต่อไป แน่นอนว่าครั้งนั้นแหละที่ตลาดวิ่งไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้แต่แรก พอเห็นโอกาสหลุดมือไป ก็อดไม่ได้ที่จะไล่ตาม (Chase) เข้าไปในจังหวะที่อาจจะสายไปแล้ว และสุดท้ายก็ขาดทุนอีกครั้ง กลายเป็นสามครั้งติด
หรือบางทีเราอาจจะคิดว่า “คราวนี้แหละ ฉันจะฉลาดกว่าเดิม” เห็นตลาดอยู่ในกรอบ ก็เลยลองเข้าเทรดสวนทางกับแนวโน้มที่เพิ่งขาดทุนมา โดยไม่ยึดตามแผนที่วางไว้ ปรากฏว่าตลาดดันทะลุกรอบไปในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้ขาดทุนเป็นครั้งที่สี่ แถมยังเป็นเทรดที่ถ้าเราทำตามแผนเดิม อาจจะทำกำไรชดเชยการขาดทุนก่อนหน้านี้ได้ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ
สถานการณ์แบบนี้แหละครับ ที่เรียกว่าเรากำลังเข้าสู่ “วงจรจิตวิทยาการเทรด” หรือ Trading Psychology Spiral
“วงจรจิตวิทยาการเทรด” คืออะไร?
สำหรับผมแล้ว วงจรจิตวิทยาการเทรดคือการเปลี่ยนผ่านจาก “การขาดทุนที่เรายอมรับได้” ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการเทรดและเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ไปสู่ “คลื่นอารมณ์ที่ถาโถม” และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเราไม่สามารถยอมรับอะไรได้อีกต่อไป
เมื่ออารมณ์เหล่านี้เริ่มควบคุมไม่ได้ แผนการเทรดที่วางไว้อย่างดีก็จะถูกละเลยไปโดยสิ้นเชิง และถูกแทนที่ด้วยการตัดสินใจที่มาจากอารมณ์ล้วนๆ แม้บางครั้งการหยุดพักจากการเทรดอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนั้น แต่อารมณ์ที่ถาโถมอาจทำให้เราไม่แม้แต่จะคิดถึงทางเลือกนี้ จนกว่าสถานการณ์จะเลวร้ายถึงที่สุดจนทนไม่ไหวจริงๆ ถึงจะยอมหยุด
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ทั่วไปในการเทรดนะครับ แต่เป็นเรื่องของอารมณ์ที่ปกติเราสามารถควบคุมได้ดีพอที่จะเทรด แต่แล้วก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นที่ทำให้เราสูญเสียการควบคุมนั้นไป และอารมณ์ของเราก็เริ่มดิ่งลงอย่างรวดเร็ว หนึ่งในสาเหตุหลักคือ การขาดทุนติดกันหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดจากการที่เราไม่ทำตามแผนการเทรดที่วางไว้
ใครบ้างที่เจอวงจรนี้?
วงจรจิตวิทยาการเทรดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่ยังไม่ทำกำไรเท่านั้นนะครับ นักลงทุนที่มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จแล้วก็สามารถเจอได้เช่นกัน มันคือช่วงเวลาที่ “ทำอะไรก็ไม่ขึ้น” และผลลัพธ์คือการขาดทุนติดกันหลายครั้ง
สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครเจอสถานการณ์นี้ แต่เป็น “ปฏิกิริยา” ที่แต่ละคนมีต่อมันต่างหาก
- บางคนอาจจะตื่นตระหนกจนควบคุมตัวเองไม่ได้ สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง และจบลงด้วยการขาดทุนมากกว่าที่ตั้งใจไว้
- บางคนอาจจะเข้าสู่โหมด “เทรดแก้แค้น” (Revenge Trading) โดยการเพิ่มขนาดการลงทุนให้ใหญ่ขึ้น เพราะมั่นใจว่าครั้งหน้าจะต้องได้ทุนคืนอย่างแน่นอน ซึ่งก็อาจจะนำไปสู่การขาดทุนที่หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นไปอีก
จะรับมือกับวงจรจิตวิทยาการเทรดได้อย่างไร?
สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ ยิ่งเราปล่อยให้วงจรนี้เกิดขึ้นและควบคุมเราได้บ่อยเท่าไร การเกิดขึ้นครั้งต่อไปก็จะยิ่งเร็วขึ้น และเราก็จะยิ่งสูญเสียการควบคุมได้ง่ายขึ้นเท่านั้น สิ่งนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าการเทรดจะกลายเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว
ลองพิจารณาดูนะครับ:
- เผชิญหน้ากับอารมณ์: การเลิกเทรดอาจดูเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด แต่ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรือป้องกันไม่ให้สถานการณ์แบบนี้กลับมาและรุนแรงขึ้นในอนาคต การเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้าและทำความเข้าใจกับอารมณ์ของเราต่างหากที่จะสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ
- รักษาแผนการเทรด: การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและมีวินัยในการปฏิบัติตามเป็นสิ่งสำคัญมาก แผนนี้จะทำหน้าที่เป็นหลักยึดของเราเมื่ออารมณ์เริ่มปั่นป่วน
- หยุดพักเมื่อจำเป็น: หากรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มเข้ามาครอบงำ การหยุดพักจากการเทรดชั่วคราว ไม่ว่าจะแค่ไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายวัน ก็เป็นสิ่งจำเป็น การถอยออกมาเพื่อทบทวนสถานการณ์และตั้งสติใหม่ จะช่วยให้เรากลับมาตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากรู้สึกว่าอารมณ์และความเครียดจากการลงทุนเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือโค้ชการลงทุนที่มีประสบการณ์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
สรุป
การควบคุมวงจรจิตวิทยาการเทรดก่อนที่เราจะสูญเสียการควบคุมไปอย่างสิ้นเชิง ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในตัวมันเองเลยนะครับ เมื่อเราทำได้และนำการเทรดของเรากลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง เราจะไม่ได้แค่ทำกำไรกลับคืนมา แต่ยังได้เรียนรู้และเติบโตทางจิตใจในฐานะนักลงทุนอีกด้วย จงจำไว้ว่า ตลาดหุ้นไม่เคยไปไหน แต่สุขภาพใจของเราสำคัญที่สุดครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดการความกังวล: เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มมองตัวเองใหม่?
ความกังวลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่การตอบสนองต่อมันคือสิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ลุงตี่ชวนมองตัวเองว่าเราจัดการกับความกังวลได้ดีแค่ไหน และเมื่อไหร่ที่เราควรเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง.

ก้าวข้ามความกลัว 'การเปลี่ยนแปลง' ในวัยหลังเกษียณ: บทเรียนจากชีวิตจริง
การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยหลังเกษียณ บทความนี้จะชวนคุณมาทำความเข้าใจความกลัวนั้น และเรียนรู้ที่จะโอบรับมันเพื่อชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่า.

เงาในโลกออนไลน์: สิ่งที่คุณโพสต์วันนี้ อาจส่งผลถึงวันหน้า
โลกออนไลน์เป็นพื้นที่สนุกสนาน แต่ทุกการกระทำของเราทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ลุงตี่ชวนคิดถึงผลกระทบระยะยาวของการโพสต์วิดีโอส่วนตัว ที่อาจส่งผลต่อชีวิตในอนาคตมากกว่าที่คิด