
จักระ: ภูมิปัญญาโบราณที่ชวนเรากลับมาใส่ใจกายและใจ
ทำความรู้จัก “จักระ” แนวคิดจากโยคะโบราณ
วันนี้ผมลุงตี่อยากชวนมาคุยเรื่องที่อาจจะดูเป็นนามธรรมไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะครับว่ามีประโยชน์กับการใช้ชีวิตไม่น้อย นั่นคือเรื่องของ “จักระ” ในปรัชญาโยคะโบราณ
สำหรับหลายท่านที่เคยฝึกโยคะหรือสนใจการทำสมาธิ คงเคยได้ยินคำว่า “จักระ” กันมาบ้างนะครับ คำว่า “จักระ” เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “วงล้อที่หมุน” ในปรัชญาโยคะเชื่อว่า จักระคือศูนย์รวมพลังงานสำคัญ 7 จุดที่เรียงตัวอยู่ตามแนวกระดูกสันหลัง ตั้งแต่ฐานกระดูกสันหลังขึ้นไปจนถึงกลางกระหม่อม
แต่ละจักระถูกโยงเข้ากับส่วนต่างๆ ของร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม ตลอดจนแง่มุมของการเติบโตทางจิตวิญญาณ ซึ่งในมุมของลุงตี่ ผมมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นเหมือนแผนที่ที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจตัวเองในองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นครับ
ขอออกตัวไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า แนวคิดเรื่องจักระเป็นเรื่องของความเชื่อและปรัชญาดั้งเดิม ไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์แผนปัจจุบันมารองรับโดยตรง แต่คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่การพิสูจน์ได้ แต่อยู่ที่การเป็นเครื่องมือให้เราหันมาพิจารณาและดูแลตัวเองครับ
จักระทั้งเจ็ด: แผนที่สู่การเข้าใจตัวเอง
ในปรัชญาโยคะ จักระทั้งเจ็ดมีชื่อเรียกและตำแหน่งที่แตกต่างกันไป ลองมาดูกันคร่าวๆ นะครับว่าแต่ละจุดมีความเชื่อมโยงกับอะไรบ้าง:
- มูลาธาระ (Muladhara) – จักระฐาน: อยู่ที่ฐานกระดูกสันหลัง เชื่อมโยงกับความมั่นคง ความปลอดภัย และการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน คล้ายๆ กับรากฐานที่คอยยึดเหนี่ยวเราไว้กับพื้นดิน
- สวาธิษฐานะ (Svadhisthana) – จักระศักดิ์สิทธิ์: อยู่ที่ช่องท้องส่วนล่าง เชื่อมโยงกับอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น
- มณีปุระ (Manipura) – จักระช่องท้อง: อยู่ที่บริเวณลิ้นปี่ เชื่อมโยงกับความมั่นใจในตัวเอง พลังงานส่วนบุคคล และความสามารถในการตัดสินใจ
- อนาหตะ (Anahata) – จักระหัวใจ: อยู่ที่บริเวณหัวใจ เชื่อมโยงกับความรัก ความเมตตา การให้อภัย และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
- วิศุทธะ (Vishuddha) – จักระลำคอ: อยู่ที่ลำคอ เชื่อมโยงกับการสื่อสาร การแสดงออก และการฟังอย่างตั้งใจ
- อาชญา (Ajna) – จักระตาที่สาม: อยู่ที่กึ่งกลางระหว่างคิ้ว เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณ ปัญญา การรับรู้ และการมองเห็นภาพรวม
- สหัสราระ (Sahasrara) – จักระกระหม่อม: อยู่ที่กลางกระหม่อม เชื่อมโยงกับการเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณที่สูงส่ง ความตระหนักรู้ และความสงบภายในที่แท้จริง
ผมมองว่าการรู้จักจักระเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปเชื่อว่ามีพลังงานหมุนวนอยู่จริงๆ แต่เป็นการเปิดมุมมองให้เราได้ลองสำรวจดูว่า ในแต่ละแง่มุมของชีวิตเรา เช่น ความมั่นคงในชีวิต การแสดงออกทางอารมณ์ หรือความสามารถในการสื่อสาร เราดูแลมันดีพอแล้วหรือยัง มีตรงไหนที่รู้สึกว่าขาดหรือเกินไปบ้างไหม
คุณค่าของการ “ปรับสมดุล” จักระในชีวิตประจำวัน
ในแนวทางโยคะ เชื่อกันว่าการฝึกท่าโยคะ การหายใจ และการทำสมาธิ ช่วยให้เรา “ปรับสมดุล” ของจักระ ซึ่งในทางปฏิบัติจริง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การฝึกเหล่านั้นช่วยให้เราได้กลับมาจดจ่อกับลมหายใจและร่างกายของตัวเอง เป็นรูปแบบหนึ่งของการฝึกสติ (Mindfulness) ที่มีประโยชน์มหาศาลครับ
ลองนึกภาพดูนะครับ ในโลกที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยความเร่งรีบอย่างทุกวันนี้ การได้หยุดนิ่ง หายใจลึกๆ และรับรู้ถึงความรู้สึกในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ความตึงเครียดที่ไหล่ ความรู้สึกหนักอึ้งที่หน้าอก หรือความกระวนกระวายในช่องท้อง สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรา:
- รับรู้ถึงอารมณ์และร่างกาย: เราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังแบกความเครียดไว้มากแค่ไหน จนกระทั่งเราได้หยุดและสำรวจตัวเอง การรับรู้เป็นก้าวแรกของการจัดการ
- ลดความเครียดและความวิตกกังวล: การจดจ่อกับลมหายใจช่วยให้ระบบประสาทสงบลง ลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้น
- เพิ่มสมาธิและความชัดเจน: เมื่อจิตใจสงบ เราจะคิดอะไรได้ชัดเจนขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น และมีสมาธิกับการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น
- ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ: การฝึกสติอย่างสม่ำเสมอเชื่อมโยงกับการนอนหลับที่ดีขึ้น การจัดการความเจ็บปวดได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องพลังงานจักระตามตัวอักษรหรือไม่ก็ตาม การนำหลักการของการจดจ่อกับร่างกายและลมหายใจมาใช้ ก็เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจอย่างแน่นอนครับ
ข้อคิดจากลุงตี่: ใช้ภูมิปัญญาอย่างมีสติ
ลุงตี่อยากย้ำอีกครั้งนะครับว่า แนวคิดเรื่องจักระเป็นเรื่องของความเชื่อและจิตวิญญาณ ไม่ใช่การรักษาโรค ถ้าใครมีปัญหาสุขภาพกายหรือใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง ความเครียดสะสม หรือภาวะซึมเศร้า ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ อย่าใช้การ “ปรับจักระ” เพียงอย่างเดียวทดแทนการรักษาที่ควรได้รับนะครับ
ผมมองว่าคุณค่าของภูมิปัญญาโบราณ ไม่ได้อยู่ที่การเชื่อทุกอย่างตามตัวอักษร แต่อยู่ที่การหยิบเอาสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นมาใช้อย่างมีสติ จักระอาจเป็นเพียงกรอบความคิดที่งดงาม ที่พาเรากลับมาอยู่กับตัวเอง หันมาใส่ใจร่างกายและใจของเราอย่างเป็นระบบ
การได้กลับมาอยู่กับตัวเองบ้าง ได้สำรวจความรู้สึกและลมหายใจในแต่ละวัน ก็เป็นเหมือนของขวัญล้ำค่าที่เรามอบให้ตัวเองในโลกที่วุ่นวายใบนี้ครับ ลองนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในแบบของคุณดูนะครับ แล้วชีวิตคุณอาจจะพบกับความสงบและความสมดุลที่ตามหาอยู่ก็เป็นได้
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ลงทุนกับปากท้องวันนี้ สุขภาพดีมีกำไรยันปลายทางชีวิต
ลุงตี่ขอชวนทุกท่านมาสำรวจเรื่องโภชนาการในวัย 40+ ที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยน การกินอย่างเข้าใจคือรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในบั้นปลาย

โลกออนไลน์กับเคล็ดลับความงาม: จริงแค่ไหน ต้องพิจารณาอย่างไร?
ในยุคที่ข้อมูลความงามอยู่แค่ปลายนิ้ว ลุงตี่ชวนทุกคนมาพิจารณาอย่างรอบคอบถึงสิ่งที่เห็นในโลกออนไลน์ เพื่อความงามและสุขภาพที่ยั่งยืน โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ความดันโลหิตสูง: ภัยเงียบที่หัวใจต้องแบกรับ...และวิธีที่เราจะดูแลมัน
โรคความดันโลหิตสูงมักไร้อาการ แต่หากปล่อยไว้อาจทำลายหัวใจและอวัยวะสำคัญอื่นๆ ลุงตี่จะชวนทำความเข้าใจและหาวิธีดูแลหัวใจของเราให้แข็งแรง