
ก้าวข้าม 'จุดยึด' ในใจ: เข้าใจตัวเอง...เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เคย
'จุดยึด' คืออะไรในชีวิตของเรา?
สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน ลุงตี่เชื่อว่าในชีวิตของคนเรานั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่เปรียบเสมือน 'จุดยึด' (Anchors) ที่คอยดึงรั้งหรือกระตุ้นให้เราแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว จุดยึดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรเลยครับ แต่มันคือการเชื่อมโยงระหว่างความทรงจำ อารมณ์ และประสาทสัมผัสทั้งห้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นการได้ยิน การมองเห็น การได้กลิ่น การลิ้มรส หรือการสัมผัส
ลองนึกภาพตามผมนะครับ เวลาที่เราได้ยินเพลงเก่าๆ สมัยวัยหนุ่มสาวขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่เคยฟังกับเพื่อนๆ หรือเพลงที่อยู่ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต จู่ๆ เราก็เหมือนถูกดึงย้อนกลับไปในอดีต ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัว ความรู้สึกที่เคยมีในตอนนั้นก็กลับมาอีกครั้ง นี่แหละครับคือตัวอย่างของจุดยึดที่ถูกกระตุ้นด้วยเสียง หรือบางทีเราเดินผ่านร้านอาหารแล้วได้กลิ่นหอมๆ ของเมนูโปรดในวัยเด็ก กลิ่นนั้นอาจจะพาเราย้อนกลับไปถึงบ้านคุณย่า ความอบอุ่นที่เคยได้รับ หรือแม้กระทั่งรสชาติของอาหารจานนั้นที่ยังคงจำได้ไม่ลืม
จุดยึดเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในชีวิตประจำวันของเรา บางครั้งมันก็เป็นพลังบวกที่ช่วยให้เรามีความสุขและกระตือรือร้น แต่บางครั้งมันก็อาจจะกลายเป็นตัวฉุดรั้ง หรือกระตุ้นพฤติกรรมที่เราไม่ต้องการก็เป็นได้ครับ
พฤติกรรมที่เกิดจากจุดยึดเชิงลบ: 'กินไปเรื่อยๆ' โดยไม่รู้ตัว
ตลอดชีวิตของเรา จุดยึดเหล่านี้มักจะถูกสร้างขึ้นมาโดยที่เราไม่ทันสังเกต หรือเป็นผลพวงจากประสบการณ์ต่างๆ ที่เราพบเจอมาตั้งแต่เด็ก และที่น่าสนใจคือ บางครั้งจุดยึดเหล่านี้ก็ไปกระตุ้นพฤติกรรมในเชิงลบโดยที่เราไม่ทันได้คิดเลยด้วยซ้ำ
ตัวอย่างที่ลุงตี่เห็นบ่อยๆ และหลายคนน่าจะเคยประสบ คือเรื่องของ 'การกินโดยไม่ตั้งใจ' หรือที่บางคนเรียกว่า 'Emotional Eating' คุณผู้อ่านเคยไหมครับที่รู้สึกเครียด กังวล เบื่อหน่าย หรือแม้กระทั่งโกรธ แล้วจู่ๆ ก็เดินไปเปิดตู้เย็น หรือหาขนมขบเคี้ยวมากิน ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกหิวจริงๆ? ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเลือกอาหารที่ให้ความรู้สึกสบายใจ (Comfort Food) อย่างเช่น ขนมหวาน อาหารทอด หรืออะไรก็ตามที่มีน้ำตาลสูงๆ
หลายครั้งที่เรากินไปเรื่อยๆ จนหมดถุง หมดกล่อง โดยไม่รู้ตัว พอมารู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกผิด หรือรู้สึกแย่กับตัวเองว่า 'ทำไมเรากินไปเยอะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้หิวเลย!' คำถามแบบนี้แหละครับที่มักจะผุดขึ้นมาในใจ ซึ่งนี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังตกอยู่ในวงจรของจุดยึดเชิงลบที่ถูกกระตุ้นจากอารมณ์บางอย่าง
ทำลายวงจรเก่า สร้างจุดยึดใหม่
เมื่อเราถามตัวเองว่า 'ทำไมฉันถึงกินเข้าไป?' จิตใต้สำนึกของเราก็จะพยายามหาคำตอบ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเชื่อมโยงกลับไปที่ความรู้สึกเชิงลบที่เรามีอยู่ก่อนหน้า เช่น ความเครียด ความกังวล หรือความเบื่อหน่าย และนี่ก็คือการตอกย้ำจุดยึดเชิงลบที่ฝังลึกมาตั้งแต่เด็ก บางคนอาจถูกปลูกฝังว่าเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ การได้กินของอร่อยจะช่วยให้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกนำมาใช้เป็น 'เหตุผล' ในการกินโดยไม่ตั้งใจอยู่เรื่อยไป ทำให้เราวนเวียนอยู่ในวงจรเดิมๆ
แล้วเราจะออกจากวงจรนี้ได้อย่างไร? สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีที่เราตั้งคำถามกับตัวเองครับ แทนที่จะถามว่า 'ทำไมฉันถึงกินเข้าไป?' ซึ่งเป็นคำถามเชิงลบที่มักจะนำไปสู่การหาข้ออ้าง ลองเปลี่ยนเป็นคำถามเชิงบวกและสร้างสรรค์มากขึ้น เช่น 'เมื่อฉันรู้สึกเครียด กังวล หรือเบื่อ ฉันจะจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ด้วยวิธีอื่นใดได้บ้างที่ไม่ใช่การกิน?' หรือ 'ฉันจะสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร?'
เมื่อเราเปลี่ยนคำถาม จิตใต้สำนึกของเราก็จะเริ่มค้นหาคำตอบในเชิงบวกให้เราเองครับ เช่น
- เมื่อรู้สึกเครียด: ลองลุกขึ้นไปเดินเล่นสัก 15-20 นาที ฟังเพลงโปรดที่ทำให้สบายใจ หรือโทรคุยกับเพื่อนสนิท
- เมื่อรู้สึกเบื่อ: ลองหาหนังสือดีๆ มาอ่าน หรือหางานอดิเรกที่เคยชอบทำในอดีตกลับมาปัดฝุ่นใหม่
- เมื่อรู้สึกกังวล: ลองเขียนระบายความรู้สึกออกมา หรือฝึกหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ เพื่อผ่อนคลาย
คำตอบเหล่านี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ และทางเลือกใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อตัวเรา ทำให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าและควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ดีขึ้นครับ การสร้างจุดยึดใหม่ๆ ที่เป็นบวก ต้องอาศัยการฝึกฝนและความสม่ำเสมอในระยะหนึ่ง เหมือนกับการสร้างเส้นทางใหม่ในสมองของเรา
บทสรุป: ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลง
การเข้าใจและตระหนักถึง 'จุดยึด' ในใจของเราเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะมันช่วยให้เราเห็นที่มาที่ไปของพฤติกรรมต่างๆ ที่เราอาจทำไปโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพหรือเป้าหมายในชีวิตของเรา
ลุงตี่เชื่อว่าเราทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิดและอารมณ์ของตัวเองได้ครับ เริ่มต้นจากการสังเกต 'เสียงในใจ' ของเรา และตั้งคำถามกับตัวเองในเชิงบวกอยู่เสมอ เพื่อให้เราสามารถสร้างจุดยึดใหม่ๆ ที่ส่งเสริมให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้นในทุกๆ วัน
หากคุณผู้อ่านท่านใดรู้สึกว่าตนเองมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ หรือมีปัญหาทางด้านอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ลุงตี่ขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมนะครับ การดูแลสุขภาพกายและใจเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเสมอครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ล้มแล้วลุก: สร้างแรงใจ ก้าวผ่านทุกอุปสรรคในชีวิตและงาน
ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราวิ่งได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ดีแค่ไหน บทความนี้จะชวนคุณมาสำรวจพลังแห่งการล้มแล้วลุก และสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

เตรียมพร้อมรับมือชีวิต: เข็มทิศนำทางสู่วัย 40+ อย่างมั่นคง
ชีวิตในวัย 40+ เปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ต้องเตรียมพร้อมรอบด้าน ลุงตี่จะชวนมาทบทวนการวางแผนชีวิตให้แข็งแกร่งและพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง
ลุงตี่จะชวนคุยถึงความสำเร็จที่หลายคนเข้าใจผิด และทำไมสันติสุขในใจต่างหากคือแก่นแท้ของความสุขที่ยั่งยืน พร้อมวิธีสร้างมันขึ้นมาในชีวิต.