
ดึงดูดความปรารถนา: จำเป็นต้อง 'เห็นภาพ' เสมอไปจริงหรือ?
แก่นแท้ของการสร้างสรรค์ชีวิตที่เราอยากได้
สวัสดีครับหลาน ๆ ทุกคน วันนี้ลุงตี่อยากชวนมาคุยกันเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือการสร้างสรรค์ชีวิตที่เราปรารถนา ซึ่งบ่อยครั้งมักจะถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง 'กฎแห่งแรงดึงดูด' (Law of Attraction) หรือที่ลุงชอบเรียกว่า 'การตั้งใจสร้างสรรค์' มากกว่าครับ
ในมุมมองของลุง หลักการนี้ไม่ใช่เรื่องลี้ลับอะไร แต่เป็นเรื่องของพลังงานภายในตัวเราทุกคน พลังงานที่ว่านี้ไม่ใช่กระแสไฟฟ้าหรือคลื่นวิทยุ แต่คือ 'ความรู้สึก' และ 'ความคิด' ของเราต่างหากครับ ทุกสิ่งที่เราคิด ทุกคำที่เราพูด และทุกความรู้สึกที่เรามี ล้วนส่งผลต่อการกระทำ และการกระทำเหล่านั้นก็ส่งผลต่อผลลัพธ์ในชีวิตของเรา
ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าเราตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกท้อแท้ หงุดหงิด โฟกัสแต่เรื่องแย่ ๆ ตลอดทั้งวัน เราก็มีแนวโน้มที่จะมองเห็นแต่ปัญหา และอาจจะพลาดโอกาสดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ตรงกันข้าม ถ้าเราเริ่มต้นวันด้วยความกระตือรือร้น มองโลกในแง่ดี แม้จะมีอุปสรรค เราก็จะมีพลังใจที่จะหาทางแก้ไข และมองเห็นช่องทางใหม่ ๆ ได้เสมอ นี่แหละครับคือพลังงานที่เราส่งออกไป และสิ่งที่มันดึงดูดกลับมา
หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราจะเรียนรู้ที่จะใส่ใจกับพลังงานภายในของเราได้อย่างไร เพื่อให้เราสามารถ 'ตั้งใจสร้างสรรค์' สิ่งที่เราปรารถนาให้เกิดขึ้นในชีวิต แทนที่จะปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม หรือถูกดึงดูดไปในทิศทางที่เราไม่ต้องการ
สามขั้นตอนสู่การสร้างสรรค์อย่างตั้งใจ
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่อง 'การเห็นภาพในใจ' ลุงอยากจะทบทวนสามขั้นตอนพื้นฐานของการสร้างสรรค์อย่างตั้งใจเสียก่อนครับ:
- 1. ระบุความปรารถนาให้ชัดเจน: ขั้นแรกสุดคือการรู้ว่าเราต้องการอะไรกันแน่ครับ ยิ่งชัดเจนเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่ใช่แค่ 'อยากรวย' แต่เป็น 'อยากมีเงินเก็บ 5 ล้านบาทใน 10 ปี เพื่อใช้เป็นทุนเกษียณ' หรือ 'อยากมีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะเดินป่าได้ทุกเดือน' เป็นต้นครับ
- 2. สร้างพลังงานที่สอดคล้อง: เมื่อรู้แล้วว่าต้องการอะไร เราต้องหมั่นให้ความสนใจกับสิ่งนั้นในแง่บวก เพื่อยกระดับพลังงานของเราให้สอดคล้องกับความปรารถนานั้น ไม่ใช่แค่คิดแวบเดียวแล้วลืมไป
- 3. เปิดรับและลงมือทำ: ขั้นสุดท้ายคือการลดความต้านทานหรือความสงสัยที่อาจขัดขวางการรับสิ่งที่เราปรารถนา พร้อมทั้งเปิดใจรับโอกาสที่เข้ามา และที่สำคัญคือต้อง 'ลงมือทำ' ในส่วนของเราด้วยครับ
หลายคนมักจะมาบ่นกับลุงว่า “ลุงตี่ครับ ผมก็เขียนเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนแล้วนะ แต่ทำไมยังไม่เห็นผลเลย?” พอถามกลับไปว่า “แล้วเป้าหมายเหล่านั้นตอนนี้อยู่ไหนครับ?” คำตอบที่ได้มักจะเป็น “อ๋อ อยู่ในสมุดโน้ตเล่มเก่า” หรือ “ไม่ได้เปิดดูนานแล้ว” นี่แหละครับคือจุดบกพร่อง เราต้องให้ความสนใจกับมันอย่างสม่ำเสมอ เหมือนกับการรดน้ำต้นกล้าที่เพิ่งปลูก ถ้าไม่ดูแลให้ดี มันก็ยากที่จะเติบโตจริงไหมครับ
หลากหลายวิธีในการสร้างพลังงานและความรู้สึกที่ดี
การจะสร้างพลังงานที่สอดคล้องกับความปรารถนาของเรานั้น มีหลากหลายวิธีครับ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การ 'เห็นภาพในใจ' (visualization) เสมอไป หลายคนอาจจะรู้สึกว่าการพยายามหลับตาจินตนาการภาพที่ชัดเจนนั้นเป็นเรื่องยาก หรือบางทีก็รู้สึกฝืน ๆ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ลุงขอบอกว่ามันอาจจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับคุณครับ
ในทางกลับกัน บางคนอาจจะชอบการใช้ 'คำพูด' เช่น การเขียนบันทึกประจำวันเกี่ยวกับความปรารถนาของตัวเองอย่างละเอียด การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจเกี่ยวกับเป้าหมาย หรือแม้แต่การใช้คำพูดเชิงยืนยัน (affirmation) ในใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้เราโฟกัสและสร้างพลังงานในแง่บวกได้
นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การสร้าง 'วิชันบอร์ด' (vision board) ที่รวบรวมภาพความฝันและเป้าหมายของเราไว้ การฟังเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจ การอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องการ หรือแม้แต่การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติเพื่อผ่อนคลายและสร้างความสงบภายใน
ลุงอยากเน้นย้ำว่า ทุกวิธีที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราให้ความสนใจกับความปรารถนาและยกระดับพลังงานของเราได้ทั้งสิ้นครับ แต่กุญแจสำคัญที่สุดคือ 'ความรู้สึก' ของเราขณะที่ใช้วิธีนั้น ๆ ต่างหาก
กุญแจสำคัญ: ความรู้สึกของเรา
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีไหนที่เหมาะกับเราที่สุด?
คำตอบง่าย ๆ เลยครับคือ: ถ้ารู้สึกดี ก็ใช้มันเลยครับ! ถ้าไม่รู้สึกดี ก็ไม่ต้องใช้มันครับ!
มีแค่นั้นแหละครับ การที่เราไปคะยั้นคะยอให้ใครสักคนต้อง 'เห็นภาพในใจ' ทั้ง ๆ ที่การทำแบบนั้นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด หรือรู้สึกว่ากำลังฝืนตัวเอง มันก็เท่ากับว่าเรากำลังสร้างพลังงานด้านลบขึ้นมาแทนที่จะเป็นพลังงานด้านบวกใช่ไหมครับ ความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นกำแพงกั้น ไม่ให้สิ่งดี ๆ เข้ามา
หลักการนี้ใช้ได้กับเครื่องมือหรือวิธีการใด ๆ ก็ตามที่คุณเลือกใช้ในการสร้างสรรค์ชีวิตในแบบที่คุณต้องการครับ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงินกับผู้เชี่ยวชาญ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ หรือการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ลองสังเกตความรู้สึกของตัวเองดูครับว่า สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้น มันสร้างความสุข ความหวัง หรือความกระตือรือร้นให้กับคุณหรือไม่
บทสรุปจากลุงตี่
สรุปง่าย ๆ เลยนะครับหลาน ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจใช้วิธีการใด ๆ ในการสร้างสรรค์ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเห็นภาพในใจ การเขียนบันทึก หรือวิธีอื่น ๆ ลองถามใจตัวเองดูครับว่า:
- ฉันรู้สึกดีไหมขณะที่ใช้วิธีนี้?
- วิธีนี้ช่วยให้ฉันมีพลังงานเชิงบวก และรู้สึกใกล้เป้าหมายมากขึ้นไหม?
ถ้าคำตอบคือ 'ใช่' ก็มั่นใจได้เลยครับว่านั่นเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับคุณ และคุณควรใช้มันต่อไปเพื่อเดินหน้าสู่ความปรารถนาของคุณ แต่ถ้าคำตอบคือ 'ไม่' ก็อย่าไปฝืนครับ ลองหาวิธีอื่นที่ทำให้คุณรู้สึกเป็นสุขและมีพลังมากกว่านี้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่รูปแบบของเครื่องมือ แต่คือ 'ความรู้สึก' และ 'พลังงาน' ที่คุณสร้างขึ้นภายในใจต่างหากครับ
ขอให้หลาน ๆ ทุกคนมีความสุขกับการสร้างสรรค์ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการนะครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”: ปัญญาแห่งความไม่จีรัง ที่ช่วยให้ใจเป็นสุข
บทเรียนชีวิตที่ทรงพลังที่สุดมักเรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง และ 'เดี๋ยวมันก็ผ่านไป' คือหนึ่งในนั้น หลักคิดที่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง และพบความสงบได้ในทุกสถานการณ์

ทำไมเราถึงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริง?
ความรู้สึกคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่ควรมองข้าม การทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงหลีกเลี่ยงมัน จะช่วยให้เราปลดล็อกศักยภาพและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้นครับ

ก้าวเดินบนเส้นทางจิตวิญญาณ: เข็มทิศชีวิตในโลกที่ผันผวน
ในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็ว เราอาจให้ความสำคัญกับวัตถุจนลืมหัวใจของเราเอง มาสำรวจการเติบโตทางจิตวิญญาณ เพื่อค้นพบความหมายและความสงบสุขที่ยั่งยืนกันครับ