
ลงทุนที่ถูกจุด: สร้างผู้นำจากข้างใน สู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
มองข้ามต้นทุนที่แท้จริง: เมื่อการลงทุนพัฒนาผู้นำไม่ตรงเป้า
สวัสดีครับพี่น้องชาว loongtiti.com ทุกท่าน ในฐานะที่ผมคลุกคลีกับการบริหารเงินมานานหลายสิบปี ทั้งในภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟูและช่วงวิกฤต ผมเห็นมานักต่อนักว่าการจัดสรรงบประมาณให้ถูกที่ถูกทางนั้นสำคัญขนาดไหน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการลงทุนพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะผู้นำในองค์กร
ผมสังเกตเห็นว่าหลายองค์กรในบ้านเรามักจะทุ่มงบประมาณจำนวนมากไปกับการฝึกอบรมและพัฒนาผู้นำ ซึ่งฟังดูดีนะครับ แต่ปัญหาก็คือ เงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้นกลับไม่ค่อยก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ หรือไม่สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กรเท่าที่ควร ลองนึกภาพดูนะครับว่าเราใช้เงินไปมากมาย แต่กลับได้แต่หลักสูตรสวยหรูที่จบแล้วก็ไม่ได้นำมาปรับใช้จริง หรือที่แย่กว่านั้นคือผู้นำที่เข้าอบรมก็ยังคงมีพฤติกรรมหรือทักษะที่ไม่ตอบโจทย์การทำงานเหมือนเดิม
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องที่เราคิดไปเองนะครับ เพราะมีงานวิจัยจากต่างประเทศหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหานี้ เช่น รายงานจากสถาบันการศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่งเคยระบุว่า องค์กรจำนวนมากกำลังสูญเสียงบประมาณไปกับหลักสูตรสำหรับผู้บริหารที่ออกแบบและจัดส่งได้ไม่ดีนัก ทำให้มีผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและผู้บริหารส่วนน้อยเท่านั้นที่เชื่อว่าโปรแกรมการฝึกอบรมที่พวกเขามีอยู่สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์กรได้
สิ่งที่น่าคิดคือ ส่วนใหญ่ของงบประมาณเหล่านั้นมักจะถูกใช้ไปกับหลักสูตรเฉพาะบุคคลสำหรับผู้บริหารระดับสูงเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าการพัฒนาผู้นำระดับสูงเป็นสิ่งจำเป็น แต่การละเลยผู้นำในระดับอื่น ๆ โดยเฉพาะระดับปฏิบัติการ อาจทำให้เรามองข้าม “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ที่ใหญ่หลวงไปโดยไม่รู้ตัวครับ
“ลงทุนกับผู้นำระดับปฏิบัติการ” หัวใจสำคัญที่ถูกมองข้าม
ถ้าเราต้องการหยุดการสูญเสียเงินไปกับการอบรมที่ไม่เกิดประสิทธิผล เราควรจะมองหาจุดที่เงินจะถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด และมันไม่จำเป็นต้องเป็นการจ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาออกแบบหลักสูตรพิเศษ หรือกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ราคาแพงสำหรับผู้บริหารระดับสูงเสมอไปหรอกครับ
แนวคิดที่ผมอยากชวนให้ลองพิจารณาคือ “ทำไมเราไม่ลองลงทุนกับการฝึกอบรมและพัฒนาผู้นำในระดับปฏิบัติการดูล่ะครับ?” ผู้นำในระดับนี้คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการทำงานในแต่ละวันอย่างแท้จริง เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานมากที่สุด เป็นผู้ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานโดยตรง หากผู้นำระดับนี้มีทักษะที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร การบริหารจัดการทีม การแก้ปัญหา หรือการสร้างขวัญกำลังใจ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อองค์กร
การลงทุนในผู้นำระดับปฏิบัติการ อาจจะไม่มีรายการงบประมาณที่ชัดเจนเหมือนกับการสร้างห้องอาหารผู้บริหาร หรือการตกแต่งสำนักงานของ CEO แต่มูลค่าที่เกิดขึ้นนั้นประเมินเป็นตัวเงินได้ยาก และนี่คือต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เราไม่ควรมองข้าม:
- ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากผลผลิตที่ลดลง: ผู้นำระดับปฏิบัติการที่ดีจะช่วยสร้างขวัญกำลังใจ บรรยากาศการทำงานที่ดี และเพิ่มผลผลิตให้กับองค์กร ลองคิดดูนะครับว่าหากคนทำงานมีความสุข มีแรงบันดาลใจ มีผู้นำที่เข้าใจและสนับสนุน ผลงานก็จะดีตามไปด้วย
- ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการขาดผู้นำภายใน: องค์กรที่ยิ่งใหญ่ส่วนใหญ่มักจะพัฒนาผู้นำของตัวเองขึ้นมา หากเราต้องไปหาผู้นำจากภายนอก ก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายในการสรรหา ค่าใช้จ่ายในการปรับตัว และความเสี่ยงที่ไม่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้
- ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อพิพาท: ผู้นำระดับปฏิบัติการที่ดีจะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ลดโอกาสในการเกิดข้อพิพาทหรือการฟ้องร้องต่างๆ ได้ หากเกิดกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล การมีผู้นำที่เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเองดี ก็จะช่วยให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้ง่ายขึ้นและลดความเสียหายในระยะยาว
สร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง: ทักษะที่ผู้นำระดับปฏิบัติการควรมี
แล้วผู้นำระดับปฏิบัติการควรมีทักษะอะไรบ้างถึงจะเรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ผมมองว่าอย่างน้อยที่สุดควรมีทักษะเหล่านี้ครับ:
- ทักษะการสื่อสาร: การสื่อสารเป้าหมาย นโยบาย และการให้ข้อคิดเห็น (Feedback) อย่างชัดเจนและสร้างสรรค์ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ทีมเข้าใจทิศทางและพัฒนาตนเองได้
- ทักษะการโค้ชและให้คำปรึกษา: แทนที่จะสั่งการ ผู้นำที่ดีควรสอนและแนะนำให้ลูกน้องคิดเอง ทำเองได้ เพื่อสร้างการเติบโตและความเป็นเจ้าของในงาน
- ทักษะการบริหารจัดการความขัดแย้ง: การทำงานร่วมกันย่อมมีความเห็นต่าง การที่ผู้นำสามารถจัดการความขัดแย้งได้อย่างเป็นธรรมและสร้างสรรค์ จะช่วยรักษาบรรยากาศที่ดีในทีม
- ทักษะการสร้างแรงจูงใจและยอมรับความสำเร็จ: การรู้จักชื่นชมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ เป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้ทีมมีพลังในการทำงาน
- ทักษะการตัดสินใจและแก้ปัญหา: ผู้นำระดับปฏิบัติการต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะหน้าบ่อยครั้ง การมีกรอบคิดในการตัดสินใจที่ดีจะช่วยให้งานเดินหน้าได้อย่างราบรื่น
การพัฒนาทักษะเหล่านี้ไม่ใช่แค่การส่งไปอบรมในห้องเรียนเท่านั้นนะครับ แต่รวมถึงการสร้างโอกาสให้พวกเขาได้ลงมือทำ ได้รับการโค้ชจากผู้นำรุ่นพี่ และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องด้วยครับ
บทสรุป: การลงทุนที่ถูกจุด สร้างมูลค่าที่ยั่งยืน
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนให้ทุกองค์กรหันกลับมาทบทวนดูนะครับว่า เราได้มีการพัฒนาผู้นำของเราอย่างรอบด้านและถูกจุดมากน้อยแค่ไหน? ได้ช่วยให้พวกเขาพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการสร้างขวัญกำลังใจ เพิ่มผลผลิต และลดความเสี่ยงต่างๆ หรือเปล่า?
จำไว้นะครับว่า การลงทุนที่ถูกจุด ไม่ใช่แค่การประหยัดเงินในระยะสั้น แต่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผู้นำที่แข็งแกร่งจากภายใน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรยืนหยัดและเติบโตได้ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหนก็ตามครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการสร้างสรรค์ผู้นำในองค์กรของท่านนะครับ
อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่
เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี
ไปร้านหนังสือรับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที
เพิ่มเพื่อนลุงตี่บทความที่เกี่ยวข้อง

ล้มแล้วลุก: สร้างแรงใจ ก้าวผ่านทุกอุปสรรคในชีวิตและงาน
ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราวิ่งได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ดีแค่ไหน บทความนี้จะชวนคุณมาสำรวจพลังแห่งการล้มแล้วลุก และสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

เตรียมพร้อมรับมือชีวิต: เข็มทิศนำทางสู่วัย 40+ อย่างมั่นคง
ชีวิตในวัย 40+ เปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ต้องเตรียมพร้อมรอบด้าน ลุงตี่จะชวนมาทบทวนการวางแผนชีวิตให้แข็งแกร่งและพร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง
ลุงตี่จะชวนคุยถึงความสำเร็จที่หลายคนเข้าใจผิด และทำไมสันติสุขในใจต่างหากคือแก่นแท้ของความสุขที่ยั่งยืน พร้อมวิธีสร้างมันขึ้นมาในชีวิต.