ลุงตี่ชวนคิด: สร้างธุรกิจในแบบของคุณ ไม่ต้องฝืนเป็นคนอื่น

ลุงตี่ชวนคิด: สร้างธุรกิจในแบบของคุณ ไม่ต้องฝืนเป็นคนอื่น

แชร์:

หลุดพ้นจากกับดัก “ต้องทำการตลาดแบบนี้”

หลายคน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ชอบออกหน้าออกตา ไม่ชอบการพูดคุยกับคนแปลกหน้าเยอะๆ มักจะรู้สึกว่าการ “ทำการตลาด” เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญจนอาจถึงขั้นท้อใจ

ผมเองก็เคยเห็นมาเยอะครับ ทั้งคนที่รู้จักและตัวอย่างจากที่ต่างๆ ที่เกือบจะยอมแพ้กับความฝันในการทำธุรกิจ เพียงเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการทำการตลาดแบบที่สังคมกำหนด ไม่ถนัดไปงานสังคม ไม่ชอบแนะนำตัวเองในกลุ่มคนเยอะๆ ถ้าให้เลือก บางคนอาจจะขอไปทำธุระส่วนตัวที่น่าเบื่อหน่ายดีกว่าต้องไปงานเลี้ยงที่ไม่รู้จักใครเลย

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าให้เราพูดในเรื่องที่เราหลงใหลและมีความเชี่ยวชาญต่อหน้าคนกลุ่มหนึ่ง เรากลับทำได้ดีและมีความสุขมาก นั่นแหละครับคือความจริงที่เราทุกคนมี นั่นคือระดับการปฏิสัมพันธ์ที่เราแต่ละคนถนัด สภาพแวดล้อมที่เราจะเติบโตได้ดี และสภาพแวดล้อมที่เราอึดอัดสุดๆ

หลายคนเลือกที่จะทิ้งความฝันในการทำธุรกิจ เพราะเชื่อว่าการตลาดมันยากเกินไป หรือต้องทำในแบบที่เราไม่ชอบ ผมอยากชวนให้เรามาทำความเข้าใจใหม่ว่า การตลาด ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไปครับ

นิยาม “การตลาด” ในแบบฉบับของคุณเอง

บ่อยครั้งที่เรามักจะไปโฟกัสกับสิ่งที่เราทำไม่ได้ (จุดอ่อน) แทนที่จะเป็นสิ่งที่เราทำได้ดี (จุดแข็ง) คำพูดที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดคือ “ผมไม่อยากรู้สึกเหมือนกำลังขายของ” แล้วเราก็มีชุดความเชื่อที่ว่า การตลาดจะต้องทำตามแบบแผนเดิมๆ เช่น โทรหาลูกค้าที่ไม่รู้จัก (cold calls), เข้ากลุ่มเครือข่าย, การพูดต่อหน้าคนเยอะๆ หรือแม้แต่การเดินเคาะประตูขาย

แต่จริงๆ แล้ว การตลาดไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเลยครับ! คุณไม่จำเป็นต้องกระโดดเข้าไปในกรอบการตลาดแบบเดิมๆ สิ่งสำคัญคือการก้าวออกมาจาก “สิ่งที่ควรจะเป็น” และ “สิ่งที่ทำไม่ได้” แล้วหันมาใช้จุดแข็งที่คุณมี และทำในสิ่งที่คุณชอบก่อน

ลองนึกภาพทนายความท่านหนึ่งที่เก่งมากในวิชาชีพของเธอ แต่กลับอึดอัดกับการทำการตลาดอย่างยิ่ง ผมเคยเห็นกรณีที่คนแบบนี้ถูกแนะนำให้ลองระดมสมองและเขียนจุดแข็งและความหลงใหลของตัวเองออกมา ตอนแรกเธอบอกว่ามีน้อยมาก แต่ไม่ว่าจะมีกี่ข้อ สิ่งสำคัญคือการให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านั้น

จากจุดแข็งและความหลงใหล 3 ข้อที่เธอเลือกมา ข้อหลักคือ ‘การสนทนาแบบตัวต่อตัว’ พวกเขาจึงเริ่มคิดถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับเธอ และวิธีที่เธอจะทำการตลาดในแบบที่เธอชอบและสบายใจที่สุดได้ แถมยังเลือกสภาพแวดล้อมที่เธอชอบได้ด้วย เช่น การนัดคุยแบบสบายๆ ในร้านกาแฟ

สิ่งที่น่าสนใจคือ เธอไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองเรียก ‘การสนทนาแบบตัวต่อตัว’ ว่าเป็นการตลาดมาก่อน เมื่อเธอให้นิยามการตลาดใหม่ว่าคือ ‘การสนทนาแบบตัวต่อตัว’ เธอก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยทีเดียว

ทำการตลาดใน “โซนสบาย” ของคุณ แล้วค่อยๆ ขยาย

เมื่อเราอนุญาตให้ตัวเองทำการตลาดจากโซนสบายของเรา เราก็จะเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ จากประสบการณ์ของผม การที่คนๆ หนึ่งสามารถทำการตลาดจากจุดแข็งและความหลงใหลของตัวเองได้ มันน่าทึ่งมากว่าพวกเขาจะพัฒนาไปสู่การขยายขอบเขตการตลาดของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมันจะกลายเป็นเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้น!

ยกตัวอย่างโค้ชชีวิตท่านหนึ่งที่กลัวการตลาดมาก แต่เชื่อมั่นในอาชีพของตัวเองอย่างแรงกล้า ผมเคยเห็นกรณีที่แนะนำให้เขาลองทบทวนอาชีพเก่าและผู้ติดต่อที่เขามี เขาพบว่าคนเหล่านั้นไม่เพียงแต่จะเป็นลูกค้าที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่เขายังรู้จักคนจำนวนมากที่เขาสามารถเข้าหาได้อย่างสบายใจ

โค้ชท่านนี้ทำหลายสิ่งพร้อมกัน:

  • อนุญาตให้ตัวเองนิยามการตลาดใหม่ให้เข้ากับสไตล์ของเขา
  • อนุญาตให้ตัวเองทำการตลาดจากโซนสบายของเขา
  • ระบุกลุ่มตลาดที่เขามาจากและรู้สึกสบายใจที่จะเข้าหา

ผลลัพธ์คือ เขาเปี่ยมไปด้วยพลังและสามารถทำการตลาดได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้กระทั่งการโทรหาลูกค้าที่ไม่รู้จัก เขาก็สามารถพูดจากความหลงใหลในธุรกิจของเขาได้อย่างมั่นใจ เพราะเขาได้ฝึกฝนจากสิ่งที่เขาสบายใจก่อน จนเกิดความมั่นใจและขยายขอบเขตออกไปเอง

บางครั้งสิ่งที่เราต้องการอาจจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม คุณอาจมีลูกค้าในอุดมคติและวิธีการเข้าหาที่ง่ายดายอยู่ตรงหน้าแล้ว เพียงแค่เราเปิดใจมองหาและให้นิยามมันใหม่เท่านั้นเอง

เคล็ดลับสู่การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนในแบบของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการทำการตลาดแบบไหน คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกวิธีที่คุณทำมัน หากจำเป็น ลองเปลี่ยนคำว่า 'การตลาด' เป็นคำอื่นที่คุณรู้สึกดีกว่าดูสิครับ เช่น 'การแบ่งปันคุณค่า' 'การสร้างความสัมพันธ์' หรือ 'การนำเสนอสิ่งดีๆ'

หัวใจสำคัญคือ การเข้าใจและยอมรับในตัวตนของคุณเอง แล้วนำจุดแข็งและความถนัดนั้นมาปรับใช้กับการสร้างและขยายธุรกิจ อย่าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณ เพราะนั่นจะทำให้คุณเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจได้ง่ายๆ

หากท่านผู้อ่านท่านใดรู้สึกว่าการทำการตลาดเป็นเรื่องที่ท้าทายมากเกินไป หรือกำลังเผชิญกับความเครียดในธุรกิจ ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดหรือโค้ชธุรกิจที่เข้าใจความแตกต่างของแต่ละบุคคล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับคุณที่สุดนะครับ การดูแลสุขภาพใจเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้สุขภาพกายครับ

ลุงตี่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสร้างธุรกิจในแบบที่ตัวเองมีความสุขและยั่งยืนนะครับ

แชร์:

อ่านเพิ่มเติมใน E-book ลุงตี่

เนื้อหาเต็มๆ พร้อมเคสจริง บทเรียนจริง จากประสบการณ์กว่า 40 ปี

ไปร้านหนังสือ

รับ E-book ฟรี + เคล็ดลับธุรกิจทุกสัปดาห์

เพิ่มเพื่อนลุงตี่บน LINE แล้วพิมพ์ "ขอหนังสือ" รับ E-book "รวยด้วยตัวเอง" ฟรีทันที

เพิ่มเพื่อนลุงตี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง
🔥 สร้างแรงบันดาลใจ

ความสุขที่แท้จริง: เมื่อใจสงบ ไม่ใช่แค่มีทุกสิ่ง

ลุงตี่จะชวนคุยถึงความสำเร็จที่หลายคนเข้าใจผิด และทำไมสันติสุขในใจต่างหากคือแก่นแท้ของความสุขที่ยั่งยืน พร้อมวิธีสร้างมันขึ้นมาในชีวิต.

สร้างสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน: รากฐานชีวิตที่มั่นคงในทุกยุคสมัย
🔥 สร้างแรงบันดาลใจ

สร้างสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน: รากฐานชีวิตที่มั่นคงในทุกยุคสมัย

ในโลกที่หมุนเร็ว สายสัมพันธ์ที่ดีคือสินทรัพย์ล้ำค่าที่ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตให้มีความสุขและเติบโตอย่างมั่นคง ลุงตี่จะชวนมาสำรวจหลักการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่แท้จริง.

วัย 40+ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
🔥 สร้างแรงบันดาลใจ

วัย 40+ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด

ลุงตี่ชวนพี่น้องวัย 40+ มาสำรวจพลังของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในยุคดิจิทัล ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนรุ่นใหม่ แต่เป็นโอกาสทองสำหรับเราทุกคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณค่า.